ร้าไว้ข้างหลัง ดูท่าทางแล้วไม่มีเหมือนมีเรื่องอะไรจริงๆ จึงยิ้มพลางกวักมือ “เข้ามาสิ มีอะไรก็เข้ามาพูดเถิด”
เขายกตะกร้ายาไปวางไว้ด้านข้าง แล้วรีบเดินไปเปิดประตูลานบ้านให้พวกเขาทั้งสองคน
หลังจากไป๋จื่อเข้าไปในลานบ้านแล้ว นางก็พูดเสียงเบา “ท่านหมอลู่ พวกเราเข้าไปคุยในเรือนเถิดเจ้าค่ะ”
หมอลู่ตะลึงงัน ในใจคิดว่ามีเรื่องใดที่ไม่อาจพูดคุยในลานบ้านได้กัน ทว่าเมื่อเห็นท่าทางลับๆ ล่อๆ ของนาง เขาก็รู้สึกอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาเช่นกัน จึงพยักหน้า “ตกลง พวกเราเข้าไปพูดในเรือนเถิด”
เรือนของหมอลู่ไม่นับว่าใหญ่มาก ยังใหญ่สู้เรือนของสกุลไป๋ไม่ได้ ทว่าเก็บของได้สะอาดสะอ้านทีเดียว ทำให้ดูกว้างขวางเป็นพิเศษ
ทันทีที่ไป๋จื่อเข้าไปในเรือน นางก็ปิดประตูด้วย
“มีเรื่องอะไรกันแน่ ถึงได้ลับๆ ล่อๆ เช่นนี้” หมอลู่ถามติดตลก
ไป๋จื่อปลดตะกร้าสะพายหลังลง แล้วหยิบโสมภูเขาห่อใบไม้ออกมาจากด้านใน ก่อนจะส่งให้ถึงมือของหมอลู่โดยตรง “ท่านหมอลู่ ท่านว่าโสมภูเขาต้นนี้เป็นอย่างไร”
ครั้นหมอลู่ได้ยินว่าเป็นโสมภูเขา เขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที แล้วรีบรับมันมาไว้ในมือเพื่อตรวจดูอย่างละเอียด ยิ่งดูก็ยิ่งตื่นเต้น เขาก็เคยโชคดีขุดเจอโสมภูเขาเช่นกัน ทว่าส่วนใหญ่ล้วนเป็นต้นเล็กๆ คุณภาพไม่ค่อยดีนัก แต่ไหนแต่ไรไม่เคยขุดเจอโสมภูเขาที่ทั้งใหญ่และมีคุณภาพดีเช่นตรงหน้ามาก่อน
“นี่อย่างน้อยน่าจะเป็นโสมภูเขาอายุมากกว่าร้อยปี ถึงจะมีคุณภาพเช