จะใช้ได้หูเฟิงไม่ได้มาที่นี่เป็นครั้งแรก เขาจึงนำทางนางมาถึงไหล่เขาอย่างชำนิชำนาญ ตั้งแต่ไหล่เขาเป็นต้นไป ทิวทัศน์ระหว่างทางเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิงระยะห่างระหว่างต้นไม้ค่อยๆ ถี่ขึ้น กิ่งก้านกระจายตัวไปทั่วทุกที่ ใบไม้ใต้ต้นไม้กองสุมกันหนาหนัก แสงมืดสลัวลงเรื่อยๆ เช่นกัน ราวกับว่าจากป่าเขาธรรมดา เข้าสู่ป่าดึกดำบรรพ์ที่น่ากลัวนางเข้าใกล้ข้างกายของหูเฟิงตามสัญชาตญาณ มือเล็กๆ จับชายเสื้อของเขาไว้แน่น ดวงตาทั้งสองข้างกวาดมองทั่วทั้งสี่ทิศแปดทางอย่างระแวดระวังแต่ไหนแต่ไรหูเฟิงไม่ชอบให้ใครเข้าใกล้เขา ยิ่งไม่ชอบให้ใครถูกตัวเขา จึงยื่นมือไปคิดจะดันไป๋จื่อออก ทว่าเมื่อเขาเห็นดวงตาตื่นกลัวเจือความตื่นเต้นคู่นั้น เขาก็ค่อยๆ เก็บมือที่ยกขึ้นกลับไป เวลานี้เขาพลันรู้สึกว่า มีเด็กน้อยเกาะติดอยู่ข้างกายเช่นนี้ ความจริงแล้วก็รู้สึกดีทีเดียว“กลัวหรือ” เขาถามเสียงเบานางส่ายหน้าอย่างดื้อรั้น “ไม่กลัว มีอะไรให้ต้องกลัวกัน”หลังสิ้นเสียง จู่ๆ ก็มีลมกรรโชกพัดมาจากในป่า ลมพัดม้วนเศษใบไม้ปลิวว่อน รุนแรงหนาวเหน็บจนต้องหรี่ตานี่เป็นเพียงลมผ่านป่าธรรมดาสำหรับหูเฟิง ทว่าสำหรับไป๋จื่อที่ไม่เคยเข้ามาในป่าเขาลึกเช่นนี้ นี่กลับเป็นลมปีศาจระลอกหนึ่ง ทำเอานางตกใจกลัวจนต้องโผเข้าใส่หน้าอกของหูเฟิง นางหลับตาปี๋ มือทั้งสองข้างกำเสื้อของอีกฝ่ายไว้แน่น ในสมองเต็มไปด้วยภาพผีสางนางไม้ที่เคยเห็นในโทรทั