ว่า “ไม่ใช่กระมัง จ้าวหลานมือซ้ายหัก มือเดียวจะปลูกข้าวสาลีได้อย่างไร”ชายชราหลี่โถวยิ้ม “สำหรับคนที่ขยัน มือข้างเดียวย่อมทำงานได้อยู่แล้ว ทว่าสำหรับคนขี้เกียจ สองแขนสองขาล้วนทำงานอะไรไม่ได้” เขากวาดสายตามองสองแม่สามีและลูกสะใภ้ด้วยรอยยิ้มกริ่ม ก่อนจะแบกจอบกลับบ้านไปหลิวซื่อตะลึงลาน ก่อนจะหันไปถามแม่สามี “ท่านแม่ เขากำลังตีวัวกระทบคราดอยู่ใช่หรือไม่”แม่สามีมองตาขวางใส่นาง แล้วกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ตีวัวกระทบคราดหรือไม่ เจ้าฟังไม่ออกหรืออย่างไร”สะใภ้ใหญ่เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว นางกัดฟันพูดว่า “ตาแก่หลี่โถวผู้นี้ ปากดีเสียจริงๆ ครั้งหน้าอย่าให้ข้าเห็นเขาอีกนะ”หญิงชราแค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “เห็นแล้วอย่างไร เจ้ากล้าลงมือกับเขาหรือ ไม่รู้ว่าลูกชายของเขาสามคน มีสองคนที่เป็นคนฆ่าหมูหรือไม่ เจ้าหาเรื่องเขาได้รึ”ไฟโทสะของหลิวซื่อหายไปในทันที ครั้นคิดถึงเหล่าบุตรชายของตาเฒ่าหลี่โถวผู้นั้น แต่ละคนช่างโหดเหี้ยมนัก แต่เมื่อมองสามีและบุตรชายของตนเอง สามีกินเก่ง ทั้งยังขี้เกียจ ส่วนบุตรชายคนโตไม่เอาอ่าว บุตรชายคนเล็กกำลังเรียนหนังสือ ทั้งสามคนร่วมมือกันก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาสักคน“ข้าก็แค่พูดเท่านั้น ข้าไม่มีเรื่องใดไปหาเรื่องพวกเขาหรอกเจ้าค่ะ” หลิวซื่อยิ้มแห้งๆสตรีสูงวัยสกุลไป๋คร้านจะสนใจนาง ความโกรธในใจยิ่งมายิ่งลุกโหม จ้าวหลานผู้นี้ไม่สนใจที่นาของสกุล ไปช่วยหูจ่างหลินทำงาน นี่เป็นการหักหน้