านางอย่างเห็นได้ชัด บางทีคนในหมู่บ้านอาจจะกำลังหัวเราะเยาะนางลับหลังอยู่ก็เป็นได้“ท่านแม่ ตอนนี้พวกเราจะทำอย่างไรกันดีเจ้าคะ หรือว่าควรพังประตูเข้าไป” หลิวซื่อถามหญิงชราส่ายหน้า “ไม่ได้ เรือนนี้เป็นของหูจ่างหลิน เจ้าพังประตูของเขาแล้ว หากเขาให้เจ้าชดใช้ เจ้าจะชดใช้หรือไม่”“เช่นนั้นพวกเราจะปล่อยเรื่องนี้ไปหรือเจ้าคะ” หลิวซื่อมองสีหน้าของแม่สามี ในใจรู้ว่าอีกฝ่ายมีแผนแล้วแม่สามีแค่นหัวเราะอีกเสียง “ปล่อยรึ เกิดมาข้ายังไม่เคยเจอเรื่องเสียเปรียบเช่นนี้ ในเมื่อมือของจ้าวหลานทำงานได้แล้ว วันนี้ก็ให้นางกับนางเด็กไป๋จื่อนั่นกลับไป ให้นางอยู่ที่สกุลหูไม่ได้ เช่นนั้นเท่ากับเสียเปรียบให้หูจ่างหลินไปเปล่าๆ”ครั้นหลิวซื่อได้ยินเช่นนี้ นางก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันควัน หากจ้าวหลานกลับไป นางเด็กไป๋จื่อนั่นย่อมต้องกลับไปเช่นกัน นั่นหมายความว่าจะมีคนทำงานในบ้าน ลดภาระให้นางไปไม่น้อยเลย“เช่นนั้นพวกเราจะรออยู่ที่นี่หรือเจ้าคะ”“รออะไร กลับไปก่อน เมื่อเจ้าใหญ่กับเจ้ารองกลับมาจากในเมือง พวกเราค่อยมาด้วยกัน ถึงต้องแบกก็จะแบกนางกลับไป” หญิงชรากลัวหูเฟิง ได้ยินมาว่าชายหนุ่มผู้นั้นเป็นวิชาการต่อสู้ หากมีแค่นางและหลิวซื่อ เกรงว่าจะทำอะไรพวกเขาไม่ได้ ทว่าหากมีเจ้าใหญ่และเจ้ารองร่วมด้วย นับว่ายังมีโอกาสชนะมากอยู่แสงอาทิตย์ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ หลิวซื่ออยากจะกลับไปใจจะขาด เพียงแต่ยังไม่ได้ไข่ไก่ ในใจจึงรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้