ล้วก็ร้องไห้ออกมา “ใครว่าไม่ใช่ สตรีในวัยจื่อเอ๋อร์ มีคนใดบ้างที่ไม่ได้กินไข่ไก่ทุกวัน บำรุงร่างกายอย่างดี ต่อไปแต่งงานแล้ว ถึงจะให้กำเนิดบุตรอย่างดีได้ ทว่าจื่อเอ๋อร์ของข้า แม้แต่รสชาติของไข่ไก่ก็ยังไม่รู้จัก ล้วนต้องโทษข้า โทษที่ข้าเป็นแม่ที่ไม่เอาไหน”หมอลู่เห็นนางร้องไห้ ก็รีบโน้มน้าวว่า “อย่าได้พูดเช่นนั้น เจ้าเลี้ยงดูไป๋จื่อมาอย่างไร คนในหมู่บ้านหวงถัวล้วนเห็นชัดเจน หลายปีมานี้ หากไม่ใช่เพราะไป๋จื่อ เหตุใดเจ้าต้องทนทุกข์อยู่ในสกุลไป๋เช่นนี้ด้วย” ตอนที่เจ้าสามจากไป นางอายุยังน้อย จะแต่งเข้าสกุลอื่นเป็นเรื่องง่ายดายนัก ทว่าเพื่อไป๋จื่อ นางปฏิเสธมารดาตนเองที่มารับนางไปแต่งงานใหม่ และทำงานต่างวัวต่างม้าอยู่ในสกุลไป๋ร่วมกับไป๋จื่อ จนบัดนี้ก็สิบปีแล้วแม้ไป๋จื่อจะเป็นเด็กที่นางเก็บมาเลี้ยง ทว่าก็ได้ชื่อว่าเป็นสกุลไป๋แล้วเช่นกัน หากจ้าวหลานจะแต่งงานใหม่ นางจะพาบุตรสาวของตนไปด้วยไม่ได้ อีกทั้งแม่สามีสกุลไป๋ก็จะขายไป๋จื่อแลกเงิน ให้เป็นเด็กสาวที่เลี้ยงไว้เป็นเจ้าสาวให้กับคนอื่น นี่ยิ่งทำให้นางไม่อาจจากไปได้ไป๋จื่อคิดถึงบิดาและมารดาของตนในชาติก่อน พวกเขาต่างเลี้ยงนางอย่างมีเงื่อนไขชัดเจน ทว่ากลับไม่มีใครต้องการเธอ พวกเขาทิ้งนางไว้บนถนนใหญ่ที่เต็มไปด้วยรถราตอนอายุสี่ขวบ ตอนนั้นนางไม่รู้ว่าพ่อแม่ไม่ต้องการนางแล้ว จึงนั่งรอพวกเขามารับอยู่ข้างทางม้าลายอย่างว่าง่าย จนกระทั่งตำรวจพานางกลับไปที