ไป คราบสกปรกก็จะยิ่งซักออกได้ยาก ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นยุคที่ไม่มีน้ำยาขจัดคราบอย่างแรงเสียด้วยตัวนางเองก็เปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาดชุดหนึ่ง แล้วยัดเสื้อผ้าสกปรกที่ถอดเปลี่ยนลงในกะละมังไม้ อาศัยความทรงจำในหัวสมอง ไปซักผ้าที่ริมแม่น้ำเมื่อมาถึงริมแม่น้ำที่หน้าหมู่บ้าน ตรงนั้นมีคนรวมตัวกันอยู่ไม่น้อย แต่ละคนต่างกำลังวิพากษ์วิจารณ์ ไม่รู้ว่ากำลังพูดถึงอะไรอยู่จู่ๆ เสียงที่แทบจะทำลายขอบฟ้าสายหนึ่งก็ดึงขึ้น “เจอแล้วๆ ประคองขึ้นมา ประคองอิงจื่อขึ้นมา”นางเบียดเข้าไปในฝูงชน เห็นหูเฟิงกำลังหอบร่างสตรีที่อายุพอๆ กับตนเองขึ้นมาบนฝั่ง ทั้งสองคนตัวเปียกโชก แขนของสตรีผู้นั้นดูอ่อนปวกเปียก สีหน้าซีดขาว แทบจะไม่มีสติแล้ว[1] หน้าอกติดกับแผ่นหลัง เป็นคำอุปมาอุปไมย มักใช้เมื่อบรรยายถึงอาการหิวมากๆ เทียบได้กับหิวไส้กิ่ว หรือใช้บรรยายถึงลักษณะของคนยากจน ผอมกร่อง
ตอนที่ 14 ชีวิตยุ่งเหยิง
หูเฟิงกินเสร็จแล้วก็วางชามลง เขาเดินไปโดยไม่พูดอะไรมากความสักคำ
ไป๋จื่อมองเงาหลังของหูเฟิงด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะถามเสียงเบา “ลุงหู เหตุใดหูเฟิงถึงไม่ชอบพูดล่ะเจ้าคะ”
ลุงหูถอนใจเสียงหนึ่ง “พูดขึ้นมาแล้ว หูเฟิงก็นับเป็นคนที่น่าสงสารคนหนึ่ง สามปีก่อนข้าขึ้นเขาไปตัดฟืน ขากลับมาพบเขาอยู่ในร่องน้ำมืดๆ ใต้ตีนเขา ตอนนั้นเขาได้รับบาดเจ็บหนัก โดยเฉพาะตรงศีรษะ มีเลือดไหลออกมามากทีเดียว ข้าเห็นว่าเขายังมีชีวิตอยู่ จึงแบกเขากลับมาที่บ้า