มีที่ซุกหัวนอน”หลิวซื่อได้ยินดังนั้นก็รีบพูดว่า “เช่นนั้นไม่ได้หรอก กระท่อมนั่นข้าใช้เลี้ยงวัว ให้พวกนางไปอยู่แล้ว จะทำอย่างไรกับวัวบ้านข้าเล่า”จ้าวซื่อยิ้มอย่างขมขื่น แล้วกล่าวกับลุงหู “พี่หู ไม่ต้องพูดแล้วเจ้าค่ะ ท่านยังไม่รู้ฐานะของข้าในบ้านหลังนี้อีกหรือ? อย่าว่าแต่วัวเลย แม้แต่ไก่ที่พวกนางเลี้ยงก็ยังดีกว่าข้า”หัวหน้าหมู่บ้านซูฮกสตรีใจร้ายสองนางนี้ เขาพูดกับพวกนางว่า “พวกเจ้ารอก่อน ข้าจะไปเขียนหนังสือ อีกเดี๋ยวจะส่งมาให้พวกเจ้า” เขาพูดแล้วก็ออกจากบ้านไป ส่วนลุงหูที่อยู่ข้างๆ กล่าว “แม่จื่อเอ๋อร์ อย่าไปอารมณ์เสียกับพวกนางเลย ไม่คุ้มกันหรอก คืนนี้ไปพักที่บ้านข้าก็ได้ ในบ้านมีเรือนเหลืออยู่หลังหนึ่งพอดี คืนนี้เจ้ากับจื่อเอ๋อร์เบียดกันหน่อยก็แล้วกัน”จ้าวซื่อกำลังคิดว่าคืนนี้ควรทำอย่างไร ครั้นได้ยินคำพูดนี้ของท่านลุงหู ก็เหมือนกับได้ไม้ขีดไฟกลางหิมะอย่างไม่ต้องสงสัย นางพยักหน้าทั้งน้ำตา “ขอบคุณพี่หู”หลิวซื่อฟังคำพูดของลุงหูแล้วก็อดแค่นแคะไม่ได้ “โอ้ ยังไม่ทันแยกบ้านก็อ่อยผู้ชายแล้วหรือ ช่างมีความสามารถเสียจริงๆ! ตนเองเปล่าเปลี่ยวก็ช่างเถิด ยังพาไป๋จื่อลูกสาวไปด้วย คิดจะให้นางเป็นภรรยาของหูเฟิงหรืออย่างไร”ภรรยาของลุงหูเสียชีวิตไปนานแล้ว มีลูกชายก็ตกน้ำตายเพราะหาปลาตั้งแต่อายุสิบแปด หลังจากนั้นเขาจึงอยู่เพียงลำพังมาโดยตลอด สามปีก่อนเขาช่วยชายหนุ่มคนหนึ่งกลับมาจากในป่า ชายหนุ่มผู้นั้นห