ใต้เตียงที่คับแคบนี้มีคนซ่อนอยู่ถึงสี่คน เหลียงโหย่วชีหลบอยู่ลึกที่สุด ขดตัวแน่น
ส่วนผม เม่าจิ้ง และพานหลิงอยู่ด้านนอกสุด นอนหมอบนิ่งไม่ไหวติง
พวกเราไม่มีใครพูดอะไร แม้แต่ลมหายใจก็พยายามกดให้เบาที่สุด เพียงแค่เงี่ยหูฟังเสียงจากภายนอก ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงใดๆ ออกไป
อีกไม่ถึงยี่สิบนาทีจะถึงตีสี่
แต่แม้จะเป็นเพียงไม่กี่นาที ทว่ามันกลับยาวนานจนแทบทนไม่ไหว
หลังจากช่วงเวลาที่เงียบสงบผ่านไป
ทันใดนั้นเสียง “กุ๊กๆ” ดังขึ้นจากชั้นล่าง ตามมาด้วยเสียงแหบพร่าของวิญญาณ
“ไก่? ทำไมกลายเป็นไก่”
“โหย่วชี คุณกล้าใช้ไก่มาหลอกฉันงั้นเหรอ…”
“เหลียงโหย่วชี! ไอ้คนโกหก อย่าให้ฉันหาเจอนะ…!”
เสียงคำรามโกรธเกรี้ยวดังสนั่นไปทั่วชั้นล่าง พลังอาฆาตพลันแผ่ซ่านขึ้นมายังชั้นสอง
พวกเราทั้งสี่ที่ซ่อนอยู่ใต้เตียงสบตากัน
ก่อนที่พานหลิงจะกระซิบเบาๆ “ไก่ตัวแรกถูกพบแล้ว หากเป็นแบบนี้ พวกเราน่าจะรอดคืนนี้ไปได้ไม่ยาก!”
แต่ผมยังคงไม่วางใจ ตราบใดที่วิญญาณทั้งสามตนยังไม่ไปไหน พวกเราก็ยังตกอยู่ในอันตราย
ผมกระซิบเสียงต่ำเตือนพวกเขา “อย่าพูด และอย่าประมาท ห้ามให้พวกมันได้กลิ่นมนุษย์เด็ดขาด”
พานหลิงพยักหน้ารับ และเงียบไปทันที
เม่าจิ้งยังคง