าไปว่า “ผมเป็นนักพรต ผมเปิดตาทิพย์ถึงมองเห็นคุณได้”
“นัก…นักพรต? บ้าแล้ว จริงหรือเปล่าเนี่ย”
วิญญาณชายหนุ่มยังคงไม่เชื่อ มองสำรวจผมตั้งแต่หัวจรดเท้า
ผมแต่งตัวเหมือนกับเขา ใส่ชุดผู้ป่วยเหมือนกัน…
ผมไม่เสียเวลาอธิบายต่อ เข้าเรื่องทันทีว่า “พี่ชาย ขอสืบเรื่องหน่อยสิ สวนหลังอาคารมีแสงจันทร์ส่องถึงชัดๆ แต่ทำไมพวกคุณถึงเหมือนไม่อยากไปที่สวนหลังกันเลยล่ะ”
พอวิญญาณชายหนุ่มได้ยินคำถามนี้ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที เขาส่ายหัวแล้วตอบผมว่า “ไปทำบ้าอะไรล่ะ! ใครไปก็ซวยทั้งนั้น เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งมีอีกคนตาย วิญญาณโดนกินเกลี้ยง นายคิดว่าพวกเราจะมีใครกล้าไปสวนหลังนั่นอีกล่ะ นั่นมันไปหาที่ตายชัดๆ ต้องหลบอยู่ในตึกนี่แหละ ถึงจะปลอดภัยหน่อย”
วิญญาณชายหนุ่มบ่นด้วยความไม่พอใจ แล้วทำถ่มน้ำลายลงพื้นตามความเคยชิน
แต่เขาเป็นวิญญาณ ไม่มีน้ำลายให้ถ่มออกมาสักนิด
ผมฟังแล้วขมวดคิ้ว พลันนึกถึงชุดผู้ป่วยเปื้อนเลือดที่หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยหยิบลงมาจากต้นหวยใหญ่ต้นนั้น
“เพราะต้นหวยเก่าแก่ต้นนั้นหรือ” ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
วิญญาณชายหนุ่มตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธว่า “ก็ใช่น่ะสิ ไม่ใช