อาจารย์พูดเพียงไม่กี่คำก็ทำให้ผมเข้าใจถึงความน่ากลัวของ ‘สุ่ยกุ้ย’
มันคือผีดิบประเภทหนึ่ง หรือให้พูดตรงๆ ก็คือผีดิบในน้ำ
มันสามารถเคลื่อนไหวในน้ำได้อย่างคล่องแคล่ว ซ้ำยังสามารถบันดาลคลื่นลมให้รุนแรงได้ นับเป็นภัยอันตรายใหญ่หลวงในหมู่ปีศาจน้ำ
ตั้งแต่โบราณกาล เหล่าชนชั้นปกครองต่างเคยโยนกระถางมังกร[1]หรือวัวเทพ[2]ลงแม่น้ำ หรือแขวนดาบจักรพรรดิ์เทียนจื่อ[3]และกระจกสัมฤทธิ์[4]เพื่อสะกดปีศาจน้ำ ซึ่งวัตถุเหล่านี้ส่วนมากก็เพื่อจัดการกับสุ่ยกุ้ยนั่นเอง
แค่นี้ก็รู้แล้วว่าสุ่ยกุ้ยนั้นร้ายกาจเพียงใด
ถ้ามันปรากฏขึ้นมาจริงๆ จะรับมือได้ยากมาก
บนบกเรายังพอจัดการได้ แต่พออยู่ในน้ำเรากลับถูกจำกัดไปหมด
ในขณะที่ผมยังตกใจอยู่นั้น จู่ๆ คลื่นลูกใหญ่ก็ซัดเข้ามา
“ซ่า…!”
เรือของผมโคลงเคลง กราบซ้ายจมลงไปในน้ำ
ร่างผมโอนเอนจนเกือบจะตกลงไปในทะเลสาบ
โชคดีที่ผมตั้งสติทันจึงยืนทรงตัวได้
แต่สิ่งที่ผมคาดไม่ถึงคือ แม้ผมจะยืนมั่นคงแล้ว เรือกลับยังเอียงจนร่างของผมใกล้กับผิวน้ำเกินไป
ทันใดนั้นเอง มือข้างหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากน้ำ คว้าจับข้อเท้าของผมแน่น
แล้วดึงผมลงไปใต้น้ำทันที…
“ไอ้เปรต!” ผมตกใจจนร้องออกมาโดยไม่ได้ตั้ง