ผมสวมเสื้อของซุนโหย่ว รับบทเป็นผู้จัดการใหญ่
แม้เสื้อจะไม่ค่อยพอดีตัวนัก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ
ผมใส่แหวนหยกสีเขียวเข้มวงหนึ่ง นาฬิกาบนข้อมือก็เป็นยี่ห้อโรเล็กซ์สุดหรู
ส่วนอาจารย์ แม้ไม่มีนาฬิกา แต่มีสร้อยข้อมือลูกวอลนัทลูกเล็กๆ ขัดจนเงาวับ ดูก็รู้ว่าราคาไม่น้อย
เมื่อแต่งตัวเสร็จ ทั้งจั่วต้าเหนียนและซุนโหย่วก็หนาวจนตัวสั่นไม่หยุด
แถวทะเลสาบหนานเทียนนี้เต็มไปด้วยไอเย็นหม่นหมอง พอร่างกายไม่แข็งแรงก็ยิ่งทนหนาวไม่ไหว
แต่อาจารย์ยังไม่จบเพียงเท่านั้น
หลังจากเราสวมชุดเรียบร้อยแล้ว ท่านหยิบกระดาษเหลืองออกมาสองแผ่น ให้ทั้งสองใช้เลือดของตัวเองเขียนชื่อลงไป
ผมยื่นกระบี่กระดูกปลาให้พวกเขา แม้มันจะทำจากกระดูกปลา แต่คมกริบไม่ต่างจากมีดจริง
ประธานจั่วยังดี ไม่แสดงท่าทีอะไร แค่กรีดนิ้วเบาๆ แล้วเขียนชื่อของตัวเองลงบนกระดาษทันที
แต่ซุนโหย่วนี่สิ เหมือนพวกคุณชายอ่อนแอ กว่าจะกรีดนิ้วได้ก็ทำท่าทางงอแงอยู่นาน จนหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยอย่างหวังเหมิ่งถึงกับมองด้วยสายตาดูถูก
หลังจากพวกเขาใช้เลือดเขียนชื่อเสร็จแล้ว
อาจารย์ก็คีบกระดาษเหล่านั้นไว้ในมือ ผสานมุทรากระบี่แล้วท่องคาถา “ฟ้ามีสามมหัศจรรย์ สุริยัน จันทรา ดารา มนุษย์มีสามวิญญาณ ฟ้า ดิน มนุษย์…”
ขณะท่อง อาจารย์ก็ใช้อีกมือเขียนบางอย่างลงบนกระดาษเหลือง
แม้จะมองไม่เห็นว่าเขียนอะไร แต่ผมรู้สึกได้ว่าพลังจากร่างของอาจารย์กำลังไหลเข้าไปในกระดาษ
เมื่อเขีย