นเสร็จ ท่านยื่นกระดาษเหล่านั้นให้ทั้งสองคนเป่าลมหายใจใส่
ทั้งคู่หนาวจนกอดอก ก่อนจะเป่าลมหายใจออกมาเบาๆ
อาจารย์บิดกระดาษที่ถือไว้ แล้วตะโกนเสียงหนักแน่นออกมาคำหนึ่ง
“บัญชา!”
เพียงชั่วพริบตา กระดาษเหลืองที่มีเพียงชื่อเปื้อนเลือดบนนั้น พอได้ยินคำว่า “บัญชา” จากอาจารย์ ชื่อที่เขียนไว้ด้วยเลือดก็เริ่มบิดเบี้ยวอย่างน่าประหลาด
สุดท้าย กลับกลายเป็นอักขระยันต์ราวกับแปรเปลี่ยนกลายเป็นคาถาเต็มรูปแบบ
ผมไม่รู้ว่าคาถานี้เรียกว่าอะไร
แต่แค่มองรู้แล้วว่าโคตรจะเท่เลย
จั่วต้าเหนียน ซุนโหย่ว และหวังเหมิ่งต่างจ้องมองภาพนั้นตาค้าง พูดไม่ออกสักคำ
แค่นี้ก็มองออกได้เลยว่าอาจารย์เชี่ยวชาญด้านยันต์และคาถามากเพียงใด
แต่อาจารย์ยังคงสีหน้าสงบนิ่ง
เขายื่นกระดาษยันต์ที่กลายมาจากชื่อของซุนโหย่วให้ผม “เอาไป แปะไว้ที่อก พวกที่รู้จักซุนโหย่ว พอเห็นนายจะคิดว่าเป็นเขา”
“รับทราบครับ อาจารย์” ผมรับยันต์มาแล้วรีบแปะไว้ด้านในเสื้อ เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกทั้งหลายมองเห็น
ส่วนอาจารย์ก็แปะยันต์ที่มีชื่อของประธานจั่วไว้ตรงอกตนเองเช่นกัน
เมื่อแปะเรียบร้อย ผมไม่ได้รู้สึกถึงสิ่งผิดปกติใดๆ
และจั่วต้าเหนียนกับพวกเองก็ไม่เห็นว่าพวกเราจะเปลี่ยนแปลงตรงไหน
แต่ว่า หากสิ่งชั่วร้ายที่รู้จักประธานจั่วหรือซุนโหย่วมาเจอพวกเราเข้า พวกมันจะเข้าใจผิด คิดว่าเราเป็นพวกเขาจริงๆ…