ยู่นั้น ผมเห็นท่านฮุยใช้ปลายนิ้วที่เพิ่งเลียเมื่อครู่เขียนลงไปในสมุดโน้ตปกดำเล่มนั้น
แม้จะเป็นเพียงนิ้วมือ แต่กลับเขียนตัวอักษรสีดำลงบนสมุดได้ราวกับเป็นพู่กัน
ลายมือของเขาไม่สวยนัก บิดเบี้ยวผิดรูป ดูแล้วยังสู้หลานสาวผมที่อยู่ ป.1 ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
หลังจากเขียนข้อมูลเสร็จแล้ว ท่านฮุยเติมคำว่า “ฌาปนสถานไป๋สือ” ลงท้ายบรรทัด
จากนั้นก็ฉีกหน้านั้นออกมาทั้งหน้า แล้วยื่นให้กับวิญญาณชายชราคนนั้น
“ถือไว้ นี่คือบัตรประจำตัวของเจ้า จะต้องใช้ตอนเผาศพหรือญาติมารับดวงวิญญาณ”
“อ่อ!”
ผีชายชราตอบเบาๆ แล้วรับกระดาษใบนั้นขึ้นรถไป
เมื่อผมหันกลับไปมองสมุดเล่มนั้นอีกครั้ง กลับพบว่า หน้ากระดาษที่ท่านฮุยเพิ่งฉีกออกเมื่อครู่ยังอยู่ในสมุดเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน
ผีตนต่อมาก็เข้ามา กระบวนการเช่นเดียวกันทุกประการ
เมื่อกล่าวชื่อเสร็จ ท่านฮุยก็ฉีกหน้ากระดาษให้พวกเขาถือไว้ แต่ต้นฉบับกลับยังคงอยู่ในสมุดปกดำเล่มนั้นเหมือนเดิม
วิญญาณทั้งแปดถูกบันทึกข้อมูลอย่างรวดเร็ว แล้วขึ้นรถไปครบถ้วน
ท่านฮุยปิดสมุดโน้ต
“เรียบร้อยแล้ว ตราบใดที่วิญญาณเหล่านี้ถูกจดลงในสมุดของฉันก็หนีไปไหนไม่ได้อีก ตอนนี้ไปเก็บศพกันเถอะ”
พูดจบก็หยิบกล่องใบหนึ่งจากในรถออกมา
ไม่รู้ว่าด้านในมีอะไร และเขาก็ไม่ได้ขอให้ผมช่วยถือ เพียงใช้มือข้างเดียวหิ้วกล่องนั้น แล้วเดินตามผมไปที่ท่าเรือ
การมาของท่านฮุยทำให้จั่วต้าเหนียนกับพวกต่างหันมามองกันเป็นตาเดียว
“อาจารย