้าปากค้างอย่างไม่เชื่อสายตา
ซุนโหย่วถึงกับตะโกนออกมาทันที
“สวรรค์! อาจารย์ซ่ง…อาจารย์ซ่งกลับมาแล้ว! แถมยังแบกศพมาด้วย!”
“ต้องมีพลังแค่ไหนกันถึงดำน้ำหาศพได้ ซ้ำยังลากศพหลายร่างกลับขึ้นฝั่งมาได้โดยไม่มีรอยขีดข่วนเลย?”
“นี่มัน…เก่งเกินไปแล้ว!”
“…”
ระหว่างที่ทั้งสามคนยังคงอึ้ง ผมรีบวิ่งตรงไปหาอาจารย์ทันที
“อาจารย์!”
อาจารย์ยกมือขึ้นเช็ดหน้า แล้วถอนหายใจหนึ่งเฮือก “แม่งเอ๊ย ไอ้ตัวใต้น้ำเก่งกว่าที่คิด ตอนนี้หาได้แค่นี้ เอาพวกมันไปวางรวมกัน เดี๋ยวค่อยประกอบพิธีเรียกวิญญาณทีเดียว ขอพักสักแป๊บ แล้วค่อยหาทางเอาศพที่เหลือขึ้นมา”
“ครับ!” ผมพยักหน้ารับคำ เต็มไปด้วยความเลื่อมใสในฝีมือของอาจารย์
พอมองไปยังศพหกร่างที่อาจารย์นำขึ้นมา รวมกับอีกสามร่างที่ผมลากขึ้นมาก่อนหน้านี้
ตอนนี้เราดำศพขึ้นมาได้เก้าร่าง ถือว่าเกินครึ่งแล้ว
หวังเหมิ่ง จั่วต้าเหนียน และซุนโหย่วรีบวิ่งตามมาสมทบ
“อาจารย์ซ่งยอดเยี่ยมมาก!”
“ลำบากอาจารย์ซ่งแล้ว เหนื่อยหน่อยนะครับ!”
“…”
อาจารย์โบกมือเบา ๆ พลางพูดว่า “เรื่องเล็กน่า เอาบุหรี่มาให้หน่อย ขอพักสักครู่ เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว!”
“นี่ครับๆ อาจารย์ซ่ง ผมมีฮวาจื่อ[1]พอดี!”
อาจารย์นั่งสูบบุหรี่อยู่ด้านข้างงานขนย้ายศพจึงตกมาอยู่ที่ผมกับหวังเหมิ่งแทนหวังเหมิ่งเป็นคนพูดน้อย ไม่ถามให้เปลืองคำเราสองคนช่วยกันยกศพหกร่างวางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบในนั้นมีเด็กอยู่สองคน คนหนึ่งอายุราวสองถึงสามข