วบ อีกคนห้าถึงหกขวบพูดตามตรง ผมทนเห็นศพเด็กไม่ได้ถึงผมยังไม่แต่งงาน ยังไม่มีลูก แต่พอเห็นเด็กเล็กๆ ถูกฆ่าตายแบบนี้ ใจก็หายวูบอย่างห้ามไม่อยู่อาจารย์พักได้ครู่หนึ่ง บุหรี่ก็มอดดับพอดีเมื่อเห็นพวกเราจัดศพเรียบร้อยแล้ว ก็หันมาบอกผมว่า “เสี่ยวเจียง เอาธงเรียกวิญญาณมาให้ฉัน”ผมรีบไปหยิบมายื่นให้ทันทีอาจารย์ถือธงไว้ในมือซ้าย มือขวาเริ่มผสานมุทราชุดหนึ่งอย่างรวดเร็ว ปากก็ร่ายคาถาเบาๆ ไม่หยุดเสียงเบามากจนผมฟังแทบไม่รู้เรื่องแต่คงจะเป็นเวอร์ชันที่แข็งแกร่งกว่าของคาถาเรียกวิญญาณแน่ๆแต่ตอนจบ ยังเป็นคำร่ายเดิมที่ผมเคยใช้“กายมีอายุ วิญญาณมีจิต ตายแล้วไฟมอด ดวงจิตยังสถิต ฟ้ามีเจ็ดดาวนำทาง แผ่นดินมีอาจารย์ชี้แนะ กลับมา!”อาจารย์ร่ายเพียงแค่คำว่า “กลับมา” หนึ่งครั้ง ต่างจากผมที่ต้องร่ายถึงสามครั้งทว่า คำเดียวของอาจารย์กลับส่งผลรุนแรงกว่าสามคำของผมถึงสิบเท่าทันทีที่เสียงร่ายของอาจารย์จบลง ลมวังเวงโหมพัดขึ้นรอบด้านอย่างฉับพลันต้นไม้โดยรอบไหวสะท้าน ใบไม้แห้งปลิวว่อนเต็มท้องฟ้าถัดจากนั้น ผิวน้ำของทะเลสาบทั้งหมดก็เหมือนจะเดือดพล่านขึ้นมาเสียงน้ำซัดกระทบกันอย่างต่อเนื่อง เรือท่องเที่ยวที่จอดนิ่งอยู่ริมท่าเริ่มโยกไหวอย่างรุนแรงไม่ใช่แค่หวังเหมิ่งหรือคนอื่นๆ แม้แต่ผมเองยังตกตะลึงในพลังของอาจารย์อาจารย์ยังคงนิ่งสงบ มือซ้ายถือธงเรียกวิญญาณ ฟาดออกไปข้างหน้าเบาๆ หนึ่งครั้งเพียงเท่านั้น ลมวังเวงยิ่งโหมแรงขึ้น ใ