ผมมองดูผีพรายที่ค่อยๆไต่ขึ้นมาจากน้ำโดยไม่รู้สึกอะไรนัก
เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรือครั้งที่สองที่ผมเห็นสิ่งแบบนี้
ตั้งแต่จางเฉียงที่จมน้ำตาย ไปจนถึงผีพรายในทะเลสาบของโรงเรียนที่ต้องส่งวิญญาณด้วยการสั่งสมคุณความดีและสูบปราณต้นกำเนิด ผีพรายที่ผมเคยเจอมีอยู่หลายตนแล้ว
แต่เจ้าตนนี้ดูแตกต่างออกไปเล็กน้อย
ไอหยินบนร่างของมันหนากว่าปกติ ดวงตาก็เป็นสีดำสนิท
ผีที่มีดวงตาดำแสดงว่าเริ่มมีพลังอาฆาตแล้ว นั่นแปลว่าแรงแค้นของมันรุนแรงจนกลืนกินดวงตา
อาจารย์เคยบอกว่า ผีประเภทนี้บางตนยังมีสติหลงเหลืออยู่เล็กน้อย ยังรู้ว่าตนเองกำลังทำอะไร
ถ้าความเป็นคนยังไม่หมดไป หากรู้ผิดและยอมกลับใจก็ยังสามารถส่งไปเกิดใหม่ได้
แต่หากเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าและยึดมั่นในความอาฆาตอย่างไม่ลดละ อย่างนั้นก็ต้องกำจัดสถานเดียว
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงจับตาดูผีพรายตนนี้อย่างใกล้ชิด ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย
หากมันมีเจตนาจะทำร้ายใคร แล้วพุ่งเข้ามากัดจั่วต้าเหนียนหรือคนอื่นขึ้นมาคงเป็นเรื่องใหญ่แน่
เมื่อเห็นว่าผีพรายใกล้ขึ้นฝั่งแล้ว ผมหันไปบอกทุกคนรอบข้าง “พวกคุณอยู่ข้างหลังผม อย่าเข้ามาใกล้ วิญญาณของศพกำลังจะขึ้นมาบนฝั่งแล้ว”
ทั้งสามคนมองไม่เห็นวิญญาณ เห็นเพียงโซ่เหล็กดำที่ตึงไปยังผืนน้ำ
เมื่อได้ยินคำพูดของผม พวกเขาเริ่มตื่นตระหนก ถอยร่นไปอยู่ข้างหลังผมหมด
โดยเฉพาะจั่วต้าเหนียนกับซุนโหย่วยิ่งหลบไปไกล
ในสายตาของพวกเขา พื้นดินตรงริมตลิ่งเริ่มปร