ากฏรอยเท้าเปียกน้ำ
รอยเท้าเหล่านั้นเดินออกมาจากทะเลสาบ มุ่งตรงมาทางร่างของศพ
“รอยเท้า!” หวังเหมิ่งอุทานออกมาอย่างตกใจ
จั่วต้าเหนียนกับซุนโหย่วถึงกับพูดไม่ออก ใช้มือปิดปากแน่น ไม่กล้าหายใจแม้แต่น้อย
ผมยังคงกดมือลงบนศพ มองผีพรายที่กำลังย่างเท้าขึ้นมาแล้วพูดว่า “พวกเขาเพิ่งถูกลากขึ้นมาบนฝั่ง ตอนนี้จึงยังทิ้งรอยเท้าไว้ได้ แต่พอเขาพ่นไอเย็นในปากจนหมด สลายพลังน้ำที่ติดตัวได้ รอยเท้าก็จะหายไป…”
ผมเพิ่งพูดจบ ผีพรายตนนั้นก็พ่นไอสีดำออกมาจากปากทันที
ไอดำลอยกระจายไปตามลม รอยเท้าที่เหยียบอยู่บนตลิ่งก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับถูกแดดเผาจนแห้งหายไปในพริบตา…
ผีพรายที่ขึ้นฝั่งมายังคงจับโซ่ไว้แน่น ค่อยๆ คลานเข้ามาใกล้ร่างศพทีละน้อย
แม้ดวงตาจะยังคงเป็นสีดำ แต่ผมสังเกตได้ว่าแววตาของมันเริ่มเลื่อนลอยเหมือนไม่แน่ใจ
จนกระทั่งมือของมันสัมผัสถึงเท้าของร่างศพนั่นเอง ก็หยุดนิ่งไป
ผมเองก็ละมือออกจากศพ ถอยหลังหนึ่งก้าว แล้วหยิบธูปยาวหนึ่งดอกออกมาจุดไฟ ก่อนปักไว้ที่ข้างๆ
ผีพรายตนนี้มีท่าทางไม่ต่างจากตอนที่หลี่เสี่ยวหมิ่นกลับมา
มันโน้มตัวพิงศพของตัวเอง แล้วพยายามจะนอนซุกกลับเข้าไปในร่างเดิม
แต่มันตายไปตั้งครึ่งเดือนแล้ว ศพก็เปื่อยยุ่ยไปหมด จะกลับเข้าไปได้อย่างไรกัน
ไม่ว่ามันจะพยายามนอนอย่างไร วิญญาณของมันก็ไม่อาจกลับเข้าสู่ร่างได้
ตอนนั้นเอง ผมก็เปิดปากกล่าว “ธุลีคืนสู่ธุลี ดินคืนสู่ดิน พี่ชายเอ๋ย ชะตาคนเรามีเ