ั้นเอง ผมดึงกระบี่กระดูกปลาออกมา
กระบี่กระดูกปลาสามารถสยบไอหยินและพลังอาฆาตได้ โดยเฉพาะพวกสกปรกที่อยู่ในน้ำ
ผมกุมกระบี่แน่น แล้วแทงลงไปเต็มแรงโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ปลายกระบี่เสียบลงกลางแผ่นหลังของศพโดยตรง
พอชักกระบี่กลับขึ้นมา ก็เกี่ยวเอาเศษเนื้อและเลือดติดขึ้นมาด้วยเล็กน้อย
หวังเหมิ่งเห็นผมแทงศพก็ชะงักไปเล็กน้อย แต่ไม่ได้พูดอะไร
ส่วนผมก็ “ฉึกๆๆ” แทงซ้ำลงไปอีกเจ็ดแปดครั้งอย่างแรง
ถ้าหวังเหมิ่งเปิดตาทิพย์ได้ล่ะก็ เขาจะได้เห็นว่า…
ทุกครั้งที่ผมแทงศพลอยน้ำจนเกิดบาดแผล ก็จะมีไอศพสีเหลืองจางๆ ลอยออกมาจากรอยแผลนั้น
และน้ำในทะเลสาบโดยรอบก็เริ่มกลายเป็นสีเหลืองซีดเล็กน้อยตามไปด้วย
เมื่อไอศพรั่วไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ผมก็ตะโกนขู่ศพลอยน้ำนั้นว่า “ถ้าแกยังไม่ยอมขึ้นไปกับฉัน ฉันจะเสียบจนร่างแกเละไม่มีชิ้นดี ให้กระดูกแกแหลกเหลวไม่มีเหลือ แล้วชาติหน้าก็ไปเกิดเป็นคนพิการซะ!”
ตะโกนจบ ผมเก็บกระบี่กระดูกปลากลับมา แล้วลองกระตุกเชือกเกี่ยวศพอีกครั้ง
คราวนี้ ผมพบว่าศพที่เคยลากไม่ได้แม้แต่นิดเดียว บัดนี้กลับดึงได้ง่ายราวกับไม่มีแรงต้านเลย
“พี่เหมิ่ง พายเรือเข้าฝั่งได้เลย!”
“โอเค!” หวังเหมิ่งรับคำ แล้วเริ่มพายเรือกลับ
ความรู้สึกเหมือนพายเรือในโคลนเหนียวก่อนหน้านี้หายไป เรือเคลื่อนตัวไปยังฝั่งได้อย่างรวดเร็ว
พอถึงฝั่ง จั่วต้าเหนียนกับซุนโหย่วก็ยืนรออยู่ก่อนแล้ว
เห็นพวกเราลากศพกลับมา พวกเขาตื่นเต้นไม่น้อย