“เยี่ยมเลย ในที่สุดก็ได้ศพกลับมาสักร่าง!”
“ใช่ๆ ก้าวแรกยากเสมอ แต่พอมีศพแรก เดี๋ยวก็มีศพที่สองตามมา ว่าแต่…อาจารย์ซ่งนี่ ตั้งแต่โผล่มาครั้งนั้นก็ไม่เห็นโผล่อีกเลยนะ?”
ผมลงจากเรือ แล้วดึงเชือกเกี่ยวศพลากศพลอยน้ำขึ้นมาบนฝั่ง
ได้ยินพวกเขาถามแบบนั้น ผมก็ตอบกลับไปว่า “ไม่ต้องห่วง อาจารย์ไม่เป็นอะไรหรอก”
ที่ผมพูดแบบนี้ เพราะตอนพายเรือกลับมานั้น ผมเห็นอาจารย์โผล่ขึ้นมาหายใจใกล้ๆ ท่าเรือห่างออกไปราวสิบห้าเมตร
หลังจากหายใจเสร็จ ก็กลับลงไปในน้ำต่อ
ต้องบอกเลยว่าอาจารย์ของผมนี่สุดยอดจริงๆ
อายุขนาดนี้แล้วยังสามารถกลั้นหายใจในน้ำได้นานขนาดนั้น
ที่สำคัญคือไม่ใช่แค่กลั้นหายใจ แต่ยังต้องรับมือกับสิ่งสกปรกในน้ำไปด้วย
พอจั่วต้าเหนียนกับซุนโหย่วได้ยินแบบนี้ก็ค่อยโล่งอกขึ้นหน่อย
พอผมลากศพลอยน้ำขึ้นฝั่งได้สำเร็จก็พลิกศพกลับ
ร่างนั้นบวมเป่ง ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง
ผิวหนังตามลำตัวเน่าเปื่อยหลายจุด ดูเหมือนเพิ่งตายมาแค่สี่ห้าวัน
แต่ความจริงคือ นักประดาน้ำคนนี้ตายมาแล้วหนึ่งเดือนเต็ม
ศพแช่อยู่ในน้ำตั้งหนึ่งเดือน แต่กลับไม่เน่าเปื่อยหมดทั้งร่าง ช่างน่าประหลาดจริงๆ
จั่วต้าเหนียนกับซุนโหย่วต่างจมูกบิดเบี้ยวเพราะกลิ่นเหม็น พอเห็นสภาพศพก็อดอุทานออกมาไม่ได้ “บ้าน่า ตายไปตั้งเดือนนึงแล้ว แต่ศพยังสมบูรณ์ขนาดนี้”
“นั่นสิ น่าประหลาดจริงๆ”
“…”
ขณะที่พวกเขาคุยกัน ผมรีบหยิบธูปเทียนกับธงเรียกวิญญาณออกมาจากกระเป๋าเครื่องมือ
ธง