อยครับ”
พี่เหมิ่งพยักหน้า หยิบถุงที่ผมพูดถึง แล้วหยิบโซ่เส้นหนึ่งออกมา “นี่ใช่ไหม”
ผมมองดูโซ่เหล็กเส้นเล็กนั่นแล้วพยักหน้า “ใช่ครับ เอาปลายข้างหนึ่งคล้องกับขาศพ อีกข้างโยนลงไปในทะเลสาบเลย”
พี่เหมิ่งไม่ถามแม้แต่น้อย ทำตามทันทีอย่างว่องไว
แต่จั่วต้าเหนียนกับซุนโหย่วกลับอดสงสัยไม่ได้ เอ่ยถามขึ้น “อาจารย์น้อยเจียง โซ่นี่เอาไว้ทำอะไรเหรอ”
“ใช่ โซ่นี่ดูเล็กแล้วก็ยาว น่าจะสั่งทำพิเศษใช่ไหม มีความหมายอะไรหรือเปล่า”
ตอนนั้นมือข้างหนึ่งของผมกดอยู่บนกระหม่อมศพ ขยับไม่ได้
แต่เมื่อได้ยินคำถาม ก็ตอบกลับไป “โซ่เส้นนี้เรียกว่าโซ่เหล็กดำ ใช้สำหรับดึงวิญญาณคนตายโดยเฉพาะ แม้จะใช้ผูกของแทนเชือกก็ได้ แต่ตอนนี้ต้องใช้มันลากวิญญาณของศพขึ้นจากทะเลสาบ”
ทั้งสองได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจ ถอยห่างจากโซ่เหล็กดำโดยไม่รู้ตัว
พี่เหมิ่งจัดการโซ่เสร็จแล้วก็ถอยมายืนข้างๆ
ผมกดมือลงบนกระหม่อมศพอีกครั้ง แล้วตะโกนซ้ำ “กายมีอายุ วิญญาณมีจิต ตายแล้วไฟมอด ดวงจิตยังสถิต ฟ้ามีเจ็ดดาวนำทาง แผ่นดินมีอาจารย์ชี้แนะ กลับมา! กลับมา! กลับมา!”
ครั้งนี้ วิญญาณที่นอนหมอบอยู่ในน้ำเหมือนจะถูกปลุกขึ้นทันที คว้าโซ่เหล็กดำที่อยู่ในน้ำไว้แน่น
คนที่อยู่บนฝั่งอย่างจั่วต้าเหนียน หวังเหมิ่ง และคนอื่นๆ ต่างเห็นโซ่เหล็กดำตึงขึ้น แล้วถูกลากยาวเข้าไปในทะเลสาบ พร้อมกับเสียงโซ่ดัง “แกร๊งๆ”
วิญญาณในทะเลสาบเริ่มไต่ขึ้นมาตามโซ่ทีละนิด…