าสติกประดับประดาอย่างสิ้นเชิง
พอขึ้นเรือ ผมหยิบยันต์คุ้มบ้านสี่แผ่นออกมาติดไว้ที่ทั้งสี่ทิศของเรือทันที
ยันต์เหล่านี้เป็นยันต์พื้นฐาน ใช้เพื่อคุ้มกันบ้านเรือน
แม้จะไม่รู้ว่าจะใช้กับเรือได้หรือไม่ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย
พอขึ้นเรือแล้ว หวังเหมิ่งก็เริ่มพาย
แค่เริ่มขยับ ตัวเรือก็สั่นไหวทันที
เสียง “ปึง” ดังขึ้นอย่างอึมครึม ราวกับมีมือคนมาตบลงบนแผ่นไม้ของเรือ
หวังเหมิ่งพายต่ออีกสองสามที เรือถึงได้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า
พร้อมกันนั้น ผิวน้ำที่เคยนิ่งสนิทก็ค่อยๆ เกิดระลอกคลื่นบางๆ ขึ้นมา
เสียงคลื่นกระทบกับลำเรือดัง “สวับๆ”
ตัวเรือส่ายไปมา ทำให้คนที่ไม่ค่อยได้นั่งเรืออย่างผมต้องย่อตัวลงเพื่อรักษาสมดุล
ผมมองไปรอบๆ ผิวน้ำ เห็นไอเย็นปกคลุมไปทั่ว ไอวิญญาณแผ่กระจาย
ไอวิญญาณเหล่านั้นค่อยๆ ลอยขึ้นมาจากในน้ำ
เพียงเท่านี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่า ใต้น้ำมีวิญญาณเร้นกายอยู่จริง
แต่หลังจากที่มีประสบการณ์ก่อนหน้านี้ ผมไม่กล้าก้มมองลงไปในน้ำตามขอบเรืออีก
ถ้าบังเอิญไปสบตากับศพลอยน้ำอีกครั้งล่ะก็ คงได้เกิดเรื่องแน่
หวังเหมิ่งพายเรือได้ยากลำบากกว่าปกติมาก ปกติเขาแค่พายก็ขยับไปได้เมตรหรือสองเมตร
แต่ตอนนี้จะให้เรือเคลื่อนไปแค่ครึ่งเมตรยังลำบาก
เขาจึงได้แต่พายต่อไปอย่างไม่หยุด
เรือค่อยๆ เข้าใกล้ศพลอยน้ำ
พอเหลือระยะประมาณสองเมตร ผมก็ไม่ลังเลอีกต่อไป
หยิบเชือกเกี่ยวศพออกมา เล็งไปที่ศพที่นอนคว่ำหน้าแล้วเหวี่ยงเชือกอ