มปวดหัว
ในสภาวะที่ประสาทตึงเครียดสูงสุด แม้แต่เหงื่อยังเริ่มซึมออกมาบนหน้าผาก
รอบข้างเงียบสงัดลงทันที
ดวงตาของผมจับจ้องเพียงผืนน้ำเบื้องหน้าที่มีหมอกจางๆ ลอยอ้อยอิ่ง
‘อาจารย์…อยู่ที่ไหนกัน’
ผมคิดในใจ ความคิดอยากกระโดดลงน้ำเพื่อช่วยอาจารย์แล่นเข้ามาในหัว
แต่ทันใดนั้นเอง
แววตาของผมพลันหดเกร็ง
ผมเห็นบางสิ่งบางอย่าง…
ฟองอากาศสองลูกผุดขึ้นมา ห่างออกไปทางซ้ายด้านหน้าราวห้าเมตรบนผิวน้ำ
“บลุบ…บลุบ…”
เสียงน้ำไหวสะท้อนเข้าหู
หวังเหมิ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็มองเห็นเช่นกัน
เขาตะโกนบอกทันที “ทิศสิบนาฬิกา ห่างห้าเมตร!”
“อาจารย์!” ผมตะโกนไปทางนั้นอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว ตอนนี้ผมยืนอยู่ตรงขอบสุดของท่าเรือแล้ว
ท่าเรือแห่งนี้เป็นแบบไม้ยื่นเข้าไปในทะเลสาบหลายเมตร ทั้งสองฝั่งสามารถจอดเรือเล็กได้
ตอนนี้ผมยืนอยู่ตรงสุดปลายของท่าเรือ จ้องมองจุดที่ฟองน้ำผุดขึ้นมา
ผิวน้ำสั่นไหวเบาๆ เสียงคลื่นกระทบไม้ดัง “สวับๆ” ลมเย็นยะเยือกพัดขึ้นมาจากด้านล่าง
ผมรู้สึกถึงความเย็นเฉียบที่แล่นจากเท้าขึ้นมาทั้งตัว จึงก้มหน้ามองด้วยสัญชาตญาณ
ทันใดนั้นเอง ผมเห็นผู้หญิงคนหนึ่งลืมตาอยู่ในน้ำใต้ท่าเรือ
เธอนอนราบ ร่างทั้งร่างจมอยู่ใต้น้ำ
จากมุมที่ผมยืนอยู่ มองเห็นเพียงใบหน้าซีดเผือดของเธอจากมุมบน
ในขณะที่ผมจ้องมองเธอ เธอก็หันหน้าขึ้นมาสบตากับผม ก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย
รอยยิ้มนั้นทำให้หนังศีรษะผมชาวาบ ขนลุกซู่จนถึงสัน