หลัง
ความเย็นยะเยือกปกคลุมไปทั่วร่างจนแทบจะขยับไม่ได้
‘ศพลอยน้ำ!’
ผมรู้สึกหัวใจหล่นวูบ รู้ทันทีว่าไม่ดีแล้ว จึงรีบพยายามเบนสายตาหนี
ผมยังจำได้ดีว่าอาจารย์เคยเตือนไว้ว่า ‘ห้ามสบตากับศพลอยน้ำเด็ดขาด’
แต่ผมกลับก้มหน้าลงมองโดยไม่รู้ตัว และดันไปสบตากับศพนั้นเข้า
เธอยังยิ้มให้ผมด้วยซ้ำ
ความรู้สึกเย็นเยือกไหลเข้ามาในใจจนแทบเป็นน้ำแข็ง ผมรีบพยายามหลบสายตา แต่กลับพบว่าร่างกายไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย
ผมไม่สามารถละจากดวงตาของศพหญิงคนนั้นได้เลย
เธอยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนปากดูเหมือนจะฉีกไปถึงหู
ผมอยากจะถอยหลัง แต่ร่างกายกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย แม้แต่เสียงก็เปล่งออกมาไม่ได้
ยิ่งกว่านั้น ร่างกายของผมยังเอนไปข้างหน้าอย่างไม่อาจควบคุม ราวกับจะตกลงไปในทะเลสาบ
ขณะนั้นทั้งร่างของผมชาไปหมด
ยังไม่ทันได้ตกน้ำเลยด้วยซ้ำ! แค่สบตากับศพลอยน้ำก็ทำให้ร่างกายขยับไม่ได้แล้ว
มันน่ากลัวยิ่งกว่าแววตาของก้อนเนื้อสีเขียวจากเจ้านักพรตวิญญาณที่เนินเขาสิบลี้อีก
ผมทั้งตกใจทั้งหวาดกลัว พยายามควบคุมร่างกายตัวเองสุดความสามารถ
แต่ร่างกายกลับทำได้เพียงสั่นเบาๆ หายใจหอบแรงขึ้นเรื่อยๆ เท่านั้น
ผมยังคงเอนไปข้างหน้าเรื่อยๆ ศพในน้ำนั้นราวกับแม่เหล็กที่ดึงดูดผมให้เข้าไปหา
ทีละนิด…ทีละนิด
จากนั้นเท้าของผมก็เหยียบพลาด ร่างทั้งร่างพุ่งดิ่งลงไปในทะเลสาบอย่างแรง
จบเห่แล้วจริงๆ!
ในวินาทีนั้น ทั้งตัวผมเย็นเฉียบไปหมด
ยังไม่ทันได้ช่วยอาจารย์ ผมกล