ากตัวเข้ามาสอบสวนแน่
ส่วนที่เหลือ…ไม่ใช่เรื่องของผมอีกแล้ว
หลังจากให้ปากคำเสร็จ ผมเดินออกจากห้อง
ขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงตำรวจหญิงพูดถึงผมอยู่ด้านใน
“หัวหน้า ฉันว่าผู้ชายคนนี้ดูแปลกๆ นะ เขาดูเหมือนพยายามชี้นำแนวทางสืบสวนราวกับรู้อะไรมากกว่าที่ควรรู้ บางที…เขาอาจเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดก็ได้ เจ้าของโรงแรมก็ดูประหลาดเหมือนกัน เอาแต่พูดว่าเห็นผีอยู่ตลอดเวลา”
“ทำงานตำรวจต้องยึดหลักฐาน อีกอย่าง ฉันสังเกตเขามาตลอด ฉันคิดว่าเขาอาจมีความสามารถบางอย่างจริงๆ”
“…”
ประโยคหลังจากนั้นผมไม่ได้ยินแล้ว
แต่ก็แค่ยิ้มขำๆ ก่อนจะเดินออกจากสถานีตำรวจ
เมื่อออกมา ท้องฟ้าเริ่มสว่างแล้ว
ไม่คิดเลยว่าแค่เข้าพักโรงแรมคืนเดียวจะต้องไปพัวพันกับวิญญาณที่มาขอความเป็นธรรม แถมยังเป็นคดีฆาตกรรมที่โหดเหี้ยมอีกด้วย
ผมหิ้วร่มของเสี่ยวอวี่ แล้วเดินกลับไปที่มหาวิทยาลัย
เช้าวันแรกของการปิดเทอม เพื่อนๆ หลายคนกำลังลากกระเป๋ากลับบ้าน
บรรยากาศภายในมหาวิทยาลัยจึงดูเงียบเหงากว่าปกติ
ผมกลับไปที่หอ นอนพักเอาแรง ก่อนจะโทรหาปู่ที่อยู่บ้านนอก บอกเขาว่าปีนี้ช่วงปิดเทอม ผมจะทำงานพิเศษต่อจึงไม่กลับไป
ปู่รับรู้มานานแล้วว่าผมใช้เวลาช่วงปิดเทอมไปกับการทำงานหาเงิน
เขาไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม มีเพียงคำเตือนให้ดูแลสุขภาพตัวเองดีๆ เท่านั้น
พอตกบ่าย ผมลากกระเป๋าเดินทางไปที่ร้านของอาจารย์
จากนี้ไป ผมคงต้องมาอาศัยอยู่ที่นี่ถาวรแล้ว
วันนี้อาจารย์ไม่ได้ออก