ำลังทำอะไร
จูเจินเจินที่ยืนอยู่ข้างๆ มองดูด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนจะถามขึ้น “ผู้มีพระคุณ คุณให้เขาทำแบบนี้ทำไมเหรอ”
ผมตอบด้วยท่าทางสบายๆ “ก็แค่สั่งสอนนิดหน่อย หมอนี่มีเมียแล้วแต่ยังไปจีบสาวที่เฝ้าเคาน์เตอร์ ฉันทนดูไม่ได้น่ะ”
ทันทีที่จูเจินเจินได้ยิน สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปทันที
เธอเองก็เป็นเหยื่อของผู้ชายประเภทนี้
พอได้ยินคำพูดของผม เธอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ไอ้ผู้ชายสารเลว! ฉันจะไปหลอกหลอนเขาเพิ่มอีกหน่อย!”
เธอกำลังจะก้าวไปหาเจ้าของโรงแรม แต่ผมยกมือขึ้นห้ามไว้
“อย่าเลย เขาพลังหยางอ่อนมากแล้ว ถ้าเธอทำให้เขาตกใจอีกนิดเดียว ไฟหยางของเขาอาจดับลง ถ้าเขาตายตอนนี้ เธออาจต้องรับกรรมติดตัวไป จะไปเกิดใหม่ลำบากนะ”
“อ้อ!” จูเจินเจินพยักหน้า ยืนนิ่งอยู่ข้างผม แต่สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่เจ้าของโรงแรมอย่างดุดัน
ความเย็นยะเยือกยังคงกดดันเขาอย่างต่อเนื่อง แม้เขาจะยืนกลับหัวอยู่ แต่ก็ไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย
ในขณะเดียวกัน จูเจินเจินสูดจมูกเบาๆ แล้วมองไปทางหนึ่ง
ทันใดนั้น รถยนต์คันหนึ่งก็ขับมาจอดที่ริมถนนหน้าโรงแรม
ดวงตาของเธอเบิกกว้างก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “นั่นรถพ่อกับแม่ฉัน!”
สิ้นเสียงของเธอ คู่สามีภรรยาวัยกลางคนเปิดประตูลงมาจากรถด้วยความร้อนรน
“พ่อ…แม่…”
จูเจินเจินสะอื้นไห้ รีบลอยเข้าไปหาพวกเขา
แต่พ่อแม่ของเธอไม่สามารถมองเห็นเธอได้
เธอพยายามจะสวมกอดพวกเขา แต่ร่างของเธอกลับทะลุผ่าน