แม้ฝนจะตกหนักแม้ฟ้าจะมืดครึ้ม แต่เพียงแค่เห็นเธอแวบเดียว ผมก็รู้ได้ทันทีว่าเธอเป็นใคร
“เสี่ยวอวี่!” ผมตะโกนเรียกเธอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น กำร่มในมือแน่น แล้วรีบพุ่งไปข้างหน้า
ใบหน้าของเธอปรากฏขึ้นในฝันของผมมานับครั้งไม่ถ้วน
การจากลาของเธอเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
แต่วันนี้ ในที่สุด…ผมก็ได้พบเธออีกครั้ง
ผมรู้สึกว่าร่มในมือขัดขวางความเร็วของผม จึงตัดสินใจเหวี่ยงมันทิ้งไป แล้ววิ่งตรงไปหาเธอ
เสี่ยวอวี่ยืนอยู่ที่เดิม ถือร่มสีดำ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเช่นกัน
ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายราวกับดอกไม้ที่กำลังแบ่งบาน
“เจียงหนิง!” เสียงของเธอยังคงหวานใส แต่สั่นเครือเล็กน้อยราวกับกลั้นน้ำตาเอาไว้
และในที่สุด ผมก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ
ผมมองดูเสี่ยวอวี่ที่มีท่าทีอ่อนโยนและเปราะบาง มือทั้งสองข้างของผมเอื้อมไปโอบกอดเธอแน่นอย่างไม่อาจห้ามใจตัวเองได้
ฝนยังคงตกหนัก
เธอถือร่ม ส่วนผมโอบเธอไว้ ปล่อยให้สายฝนโปรยปรายลงมาทั่วร่าง
“เสี่ยวอวี่ ในที่สุดฉันก็ได้พบเธออีกครั้ง”
ร่างของเธออ่อนนุ่ม แต่กลับเย็นเฉียบ
ในอากาศยังเจือด้วยกลิ่นฟอร์มาลินจางๆ
แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจหยุดให้ผมดึงเธอเข้ามาแนบอกได้
เสี่ยวอวี่ซบลงบนไหล่ของผม ร่างกายของเธอสะท้านเล็กน้อย
จากนั้นเธอเงยหน้าขึ้น มองผมด้วยสายตาลังเล ก่อนจะเอ่ยถามอย่างแผ่วเบา “คุณ…คุณไม่กลัวเหรอ ฉันเป็นผีนะ?”
เสียงของเธอเบาราวกับสายฝนและแฝงด้วยความกังวล
ผมกลับกระชับอ