วันนี้สายฝนโปรยปรายทำให้ผมนึกถึงวันแรกที่ได้พบกับเสี่ยวอวี่
แม้ว่าเธอจะเป็นวิญญาณ แต่เธอกลับมอบชีวิตเพิ่มให้ผมอีกหนึ่งปี และดูแลผมเป็นอย่างดี
ด้วยเหตุผลบางอย่าง เราจำต้องแยกจากกัน บางที…คืนนี้ผมอาจได้รู้คำตอบว่าเพราะเหตุใด
คิดได้ดังนั้น ผมจึงเร่งฝีเท้ามุ่งหน้าไปยังถนนถงซินอย่างรวดเร็ว
เสียงฝนหยดลงพื้นดัง “เปราะแปะ” ท่ามกลางความเงียบงันของถนนที่แทบไร้ผู้คน มีเพียงแค่แสงไฟจากเสาไฟข้างทางที่ส่องสว่างเป็นระยะ ให้ความรู้สึกวังเวง
จากระยะไกล ผมเห็นป้ายรถบัสตั้งตระหง่านอยู่เพียงลำพังท่ามกลางสายฝนและความมืด
ผมก้มดูเวลา…สี่ทุ่มกว่า
ยังเหลืออีกเกือบหนึ่งชั่วโมงก่อนจะถึงยามจื่อ
ไม่มีทางเลือกอื่น ผมต้องรออยู่ที่นี่ก่อน
ที่สำคัญ ผมไม่รู้เลยว่าของที่เสี่ยวอวี่ฝากไว้ให้ผมนั้นจะเป็นอะไร
จะเป็นจดหมาย ข้อความสลัก หรือเป็นสิ่งลี้ลับบางอย่าง?
แค่เงื่อนไขในการรับของที่ต้องเป็นคืนฝนตกและต้องเป็นยามจื่อเท่านั้น นี่ก็บ่งบอกได้แล้วว่ามันไม่ใช่ของธรรมดาแน่นอน
ผมเดินมาถึงป้ายรถบัสด้วยความรู้สึกกังวลใจ
กวาดตามองรอบๆ มันเป็นเพียงป้ายรถบัสทั่วไป ไม่มีอะไรแปลกไปจากเดิม
ผมเดินวนไปรอบๆ ป้ายอยู่หลายรอบ แต่ก็ยังไม่พบสิ่งใดผิดปกติ และแทบไม่รู้สึกถึงพลังอาฆาตเลย…
ฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ
ฝนตกกระทบพื้นดัง “ซ่าๆ” จนเกิดเป็นม่านหมอกบางๆ
ผมยังคงยืนอยู่ตรงป้ายรถบัส ไม่ขยับไปไหน รอคอยให้ยามจื่อมาถึง
แต่ในขณะที่สายฝนกระหน่ำล