ทันทีที่ได้ยินเสียงของอาจารย์ผมรู้สึกใจหวิวขึ้นมา
ทำไมเสียงของอาจารย์ถึงเป็นแบบนี้ ไม่ใช่ว่าโทรมาผิดจังหวะหรอกนะ
คิดแล้วก็รู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมา
“อา…อาจารย์ ถ้ายุ่งอยู่ เดี๋ยวผมโทรหาทีหลังนะครับ!”
“โอ๊ยๆ เบาหน่อย…ไม่ได้ยุ่ง กำลังกดเท้าอยู่ มีอะไรก็พูดมาเลย”
อาจารย์พูดขณะครางเสียงแปลกๆ
พอได้ยินคำว่า ‘กดเท้า’ ผมก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง
อาจารย์นี่สุดยอดจริงๆ ไปนวดอีกแล้วสินะ
ผมไม่เสียเวลาพูดพร่ำ เข้าเรื่องทันที “อาจารย์ วันนี้ผมเจอคนคนหนึ่งที่มอ เป็นยามของมหา’ยาลัยเรา อาจารย์รู้จักเขาไหม “
ทันทีที่อาจารย์ได้ยินคำนี้ เขาตะโกนลั่นผ่านสาย “หยุด! หยุดก่อน!”
“อาจารย์เป็นอะไรหรือเปล่า”
“จะเปลี่ยนท่าใช่ไหม เอาล่ะๆ พวกเธอออกไปก่อน ขอคุยโทรศัพท์แป๊บ…” เสียงของอาจารย์ดังขึ้นพร้อมกับเสียงผู้หญิงสองสามคน
ผมนิ่งรออยู่สักพัก จนกระทั่งอาจารย์กลับมาคุยอีกครั้ง “นายเจอลุงจางซานแล้วสินะ?”
“อ่า! วันนี้ผมเจอลุงยามอายุประมาณเจ็ดสิบปี เขารู้จักผมด้วย รู้ว่าผมเคยเข้าไปในตึกเก้าศพตอนกลางคืน” ผมบอกความจริงไปตรงๆ
อาจารย์สูดหายใจลึก ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ลุงจางซานมีศักดิ์เทียบเท่าอาจารย์ปู่ของนาย ต่อหน้าเขา ฉันยังต้องเป็นลูกศิษย์ ถ้าเจอเขาครั้งหน้า นายต้องให้ความเคารพเขาให้มาก
“แล้วอย่าคิดว่าเขาเป็นแค่ยามธรรมดา เขาเป็นคนคอยเฝ้าตึกนั้น ตอนที่นายจะเข้าไปตอนกลางคืน ฉันก็เป็นคนไปบอกให้เขารับรู้”
พอได้ฟังแบบนี้