ปพลันหยุดกึกสีหน้าของผมเปลี่ยนไปทันที ในหัวเกิดเสียง ‘วึ้ง’ ดังก้องไป๋เสี่ยวอวี่…ขนาดเพื่อนร่วมห้องอย่างจางเฉียงยังไม่รู้ชื่อเต็มของแฟนเก่าผมเลยแต่ลุงยามคนนี้กลับเอ่ยชื่อนั้นออกมาอย่างไม่ลังเล แถมยังถามตรงๆ แบบนี้หัวใจผมเต้นแรงขึ้นมาทันทีผมหันกลับไปมองลุงยามคนนั้นอีกครั้งเขาเปิดฝาขวดชา แล้วจิบเบาๆ อย่างผ่อนคลายผมรู้สึกได้ว่า คำที่เขาพูดออกมานั้นไม่ได้พูดออกมาอย่างไร้จุดหมายสุดท้าย ผมก็เป็นฝ่ายเปิดปากถาม “ลุง… ลุงรู้จักเสี่ยวอวี่ด้วยเหรอ”
เนื่องด้วยไม่ใช่การสอบเข้ามหาวิทยาลัย ความเข้มงวดของการสอบจึงไม่ได้สูงขนาดนั้น แต่ถ้าคิดจะโกงข้อสอบก็ใช่ว่าจะเป็นไปได้ง่ายๆ
หลายคนในห้องต่างขมวดคิ้ว เกาหัวแกรกๆ ปากก็พึมพำทบทวนเนื้อหาวิชาเภสัชวิทยาไม่หยุด
สำหรับผม แม้ว่าเมื่อคืนดื่มหนักและพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่ก็ยังมั่นใจเต็มเปี่ยม เพราะพื้นฐานของผมแน่นพอ
ตลอดหลายปีในมหาวิทยาลัย นอกจากความสัมพันธ์ลับๆ ที่ต้องนัดเจอเฉพาะเวลากลางคืนกับเสี่ยวอวี่แล้ว ชีวิตผมก็มีแต่เรียนกับทำงานพาร์ทไทม์ไปวันๆ แทบไม่มีงานอดิเรกอะไรเป็นของตัวเองเลย
ผลการเรียนของผม แม้จะไม่ถึงขั้นเป็นอันดับต้นๆ แต่ก็ถือว่าอยู่ในกลุ่มนักศึกษาที่ทำคะแนนได้ดีเสมอ นี่แหละคือเหตุผลที่ทำให้ผมมั่นใจขนาดนี้
เวลายังไม่ทันหมด ผมก็ส่งข้อสอบแล้ว
ข้อสอบยากอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้มากเกินไป
พอเดินออกจากห้องสอบ ผมหาวหวอดอย่างอดไม่ได้ รู้สึกง่วงจนเกือบจะทรงตั