งมันระเบิดออกด้วยแรงกระแทก
ร่างของมันสั่นสะท้าน ก่อนจะ “บึ้ม!” แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ วิญญาณสลายหายไป ไม่มีเหลือแม้แต่เศษซาก มีเพียงเปลวไฟวิญญาณรูปร่างมนุษย์ที่ลุกโชนบนพื้น
ส่วนผม ดวงตาแดงก่ำ ร่างเต็มไปด้วยเลือด มือยังคงกำตะขอเหล็กแน่น หอบหายใจหนักหน่วง
“ฮู่ว…ฮู่ว…”
ผมยังคงอยู่ในภวังค์ของการต่อสู้ราวกับยังไม่ตื่นจากความบ้าคลั่งเมื่อครู่
ผมแทบไม่อยากเชื่อว่า ผมสามารถเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์เป็นตายนี้ได้
และที่สำคัญ…ผมเป็นคนลงมือสังหารนักพรตวิญญาณด้วยตัวเอง
ผมเอนหลังพิงกับต้นไม้ รู้สึกเหมือนได้รับชัยชนะครั้งใหญ่
เสียงหัวเราะดังขึ้นจากลำคอของผม “ฮะ…ฮ่าๆๆ…”
ความตื่นเต้นและความสะใจไหลผ่านร่างแทนความกลัว
บาดแผลที่ไหล่ซ้ายและหน้าอกซ้ายยังคงมีเลือดไหลไม่หยุด แต่กลับไม่ทำให้ผมรู้สึกหวาดหวั่นเลยสักนิด
ตรงกันข้าม ผมกลับรู้สึกถึงความฮึกเหิมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
แต่ในตอนนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังขึ้นจากที่ไกล
“ตึกๆๆ…”
เสียงฝีเท้ากระชั้นเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว
ก่อนที่ผมจะทันได้ตั้งตัว เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งออกมาจากพุ่มไม้
บางทีอาจเป็นเพราะเสียเลือดมากเกินไป หรืออาจเพราะพลังชีวิตถูกดูดไปมาก ตอนนี้สายตาของผมเริ่มพร่ามัว เห็นภาพไม่ชัดเจน
แต่เพียงแค่แวบเดียว ผมก็จำเงานั้นได้ทันที
“อา…อาจารย์…” เสียงของผมแผ่วเบาและอ่อนแรง แต่ริมฝีปากยังคงมีรอยยิ้ม
อาจารย์ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าผม และสิ่งที่เห็นก็ทำให้เข