มเอ่ยเสียงเย็นชา
“พวกแกนี่มันไร้ยางอายจริงๆ! เราให้ธูป ให้เงินกระดาษ แกก็ควรจะพอใจได้แล้ว แต่นี่กลับหน้าไม่อาย ยังจะเรียกร้องมากขึ้นอีก? ถ้ายังไม่อยากโดนฟาด ก็รีบไสหัวไปซะ!”
พูดจบ ผมฟาดแส้ตรงไปยังวิญญาณที่แยกเขี้ยวใส่ผมเมื่อครู่
มันไม่มีโอกาสหลบ เสียงร้องโหยหวนดังลั่น ร่างกายหายวับไปกับสายลม
วิญญาณที่เหลือเห็นดังนั้นก็พากันถอยห่าง สีหน้าหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
พวกมันเป็นเพียงวิญญาณเร่ร่อน แม้จะมีจำนวนมาก แต่ไร้พลังอำนาจที่แท้จริง
สุดท้าย พวกมันก็เป็นพวกที่ข่มขู่ผู้อ่อนแอ แต่หวาดกลัวพวกที่แข็งแกร่งกว่า
ตอนนี้ดวงตาที่เคยมองผมด้วยความโกรธแค้นเปลี่ยนเป็นหวาดระแวง
แต่ถึงอย่างนั้น พวกมันก็ยังไม่ยอมจากไป
ผมจึงก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว ก่อนเอ่ยเสียงเข้ม “ไม่ไป? หรืออยากอยู่กินข้าวด้วยกัน?”
ทันทีที่พูดจบ ผมสะบัดแส้อีกครั้ง พวกวิญญาณที่หวาดกลัวอยู่แล้วต่างรีบล่าถอย
พวกที่ขี้ขลาดหน่อยพุ่งเข้าไปหลบในซากหลุมศพ
ที่เหลือเมื่อเห็นเช่นนั้นก็พากันแยกย้าย กระจัดกระจายหายไปในพริบตา
ไม่ถึงอึดใจ วิญญาณทั้งหมดก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
แม้แต่พวกที่ถูกฟาดจนล้มลงไปเมื่อครู่ก็รีบลุกขึ้นวิ่งหนีสุดชีวิต
ภายในเวลาไม่กี่วินาที วิญญาณกว่าร้อยตนก็หายไปหมดสิ้น
ผมหันกลับไปหาอาจารย์ก่อนพูดขึ้น “อาจารย์!”
อาจารย์พยักหน้าเบาๆ พลางยิ้มเล็กน้อย “ใช้ได้ นายนี่เด็ดขาดกว่าที่ฉันคิดซะอีก”
ผมเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว แต่ก็ยังอดสง