ไม่นึกเลยว่าชายวัยกลางคนตรงหน้าจะเป็นพ่อของเพื่อนร่วมชั้นของผม แถมหลี่เสี่ยวหมิ่นยังอยู่ในอาการโคม่า ใกล้ตายเต็มที
อาจารย์เองก็คงสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของผม จึงถามขึ้นมา “เสี่ยวเจียง นายรู้จักเธอเหรอ”
ผมพยักหน้าทันที “หลี่เสี่ยวหมิ่นเป็นเพื่อนร่วมชั้นของผมครับ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเป็นวันเกิดของเธอ เธอชวนผมไปด้วย แต่วันนั้น อาจารย์พาผมไปศาลหลักเมือง”
เมื่อผมพูดจบ ชายวัยกลางคนตรงหน้าดูประหลาดใจ “น้องชาย นายเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเสี่ยวหมิ่นเหรอ”
“ใช่ครับ ลุงหลี่ ผมได้ยินข่าวของเสี่ยวหมิ่นแล้ว สถานการณ์ของเธอแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ” ผมขมวดคิ้วถาม
เพราะเป็นพ่อของเพื่อนร่วมชั้น ผมจึงเรียกเขาว่า ‘ลุงหลี่’
เมื่อได้ยินคำถามของผม ดวงตาของลุงหลี่ก็แดงก่ำ “อาการของเธอแย่มาก เธอกับนักศึกษาชายอีกคนถูกพบตัวตอนที่พวกเขาแทบไม่เหลือเรี่ยวแรง ตอนนี้อยู่ในโรงพยาบาล ตรวจร่างกายแล้วก็ไม่พบอาการผิดปกติใดๆ นอกจากภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ภายนอกก็ไม่มีบาดแผลอะไรเลย แต่สัญญาณชีพของเธอกลับอ่อนลงเรื่อยๆ หมอบอกว่าอาจไม่รอดคืนนี้…
“แพทย์หมดหนทางแล้ว ผมได้ยินจากเสี่ยวอู๋ว่าอาจารย์ซ่งเป็นปรมาจารย์ที่เก่งที่สุดในแถบนี้ บางที อาจารย์อาจช่วยลูกสาวผมได้ ขอร้องเถอะครับอาจารย์ซ่ง ช่วยเสี่ยวหมิ่นด้วย ค่ารักษาเท่าไหร่ผมไม่เกี่ยง ขอแค่ช่วยชีวิตเธอได้ก็พอ เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของผม ได้โปรดเถอะครับ!” พูดจบ ลุงหลี่ก็ทำท่าจะคุกเข่าต