้าของเธอเคยมีแก้มกลมเล็กๆ แต่ตอนนี้กลับซูบตอบจนเห็นโหนกแก้มชัดเจน
อาจารย์หรี่ตาลง มองเพียงแวบเดียวก็กล่าวขึ้น “พลังหยางอ่อนแออะไรขนาดนี้”
คำพูดของอาจารย์เพิ่งจบลง พวกเราก็เห็นพยาบาลในห้องเริ่มตื่นตระหนก
พยาบาลคนหนึ่งรีบกดปุ่มแจ้งเตือนฉุกเฉินทันที
จากระยะไกล ผมเห็นหน้าจอเครื่องวัดสัญญาณชีพที่แสดงอัตราการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนในเลือด และความดันโลหิต
กราฟทั้งสามเส้นกลายเป็นเส้นตรงสนิท พร้อมเสียงเตือนดัง “ตี๊ดดดด”
สีหน้าของผมเปลี่ยนไปทันที นี่เป็นสัญญาณของภาวะหัวใจหยุดเต้น ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
ในขณะเดียวกันพยาบาลคนหนึ่งรีบเปิดประตูออกมา ตะโกนเสียงดัง
“หัวหน้าหม่า! ผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น!”
ทันทีที่คำพูดนี้ดังขึ้น สีหน้าของทุกคนที่อยู่หน้าห้องผู้ป่วยต่างซีดเผือดไปตามๆ กัน
“เสี่ยวหมิ่น!” หลี่เชาไห่ร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนก ลืมสนิทว่าเขาอยู่ต่อหน้าอาจารย์ซ่ง
บรรดาแพทย์และพยาบาลที่เฝ้าเวรอยู่รีบกรูกันเข้าไปในห้องไอซียู
ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่พยาบาลและแพทย์ที่ประจำอยู่ในชั้นนี้ก็ได้รับสัญญาณเตือนและรีบวิ่งมาสมทบ
“เริ่มทำซีพีอาร์!”
“เตรียมเครื่องกระตุ้นหัวใจ!”
“ฉีดยากระตุ้นหัวใจเดี๋ยวนี้!”
“…”
แพทย์และพยาบาลรีบเข้าประจำตำแหน่ง เริ่มกระบวนการช่วยชีวิตอย่างเป็นระบบ
ภาพเหตุการณ์เช่นนี้เป็นสิ่งที่ผมเคยฝึกซ้อมมาหลายครั้งในมหาวิทยาลัย
อาจารย์เคยกำชับเราเสมอว่าในกรณีฉุกเฉินแบบนี้ ทุกวินาทีมี