ายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหันไปพูดกับเหล่าวิญญาณผู้โดยสารทั้งหมด
“ทุกคน ตอนนี้วางใจได้แล้ว ขอแค่พวกเรามุ่งหน้าไปถึงท่าเรืออวี๋จุ่ย ทุกคนก็จะได้รับการปลดปล่อย ไม่ต้องติดอยู่บนรถบัสแห่งนี้อีกต่อไป”
ทันทีที่ผมพูดจบ เสียงโห่ร้องด้วยความดีใจดังขึ้นจากทั่วทั้งรถ
“สุดยอด! พวกเราจะได้ไปเกิดใหม่แล้ว!”
“ในที่สุดก็ไม่ต้องไปจมน้ำอีกต่อไป!”
“คิดดูสิ ต้องตายซ้ำตายซากมาสิบสองปีแล้ว ทุกคืนต้องทนเห็นภาพอุบัติเหตุซ้ำไปซ้ำมา ในที่สุดวันนี้ก็จะเป็นอิสระแล้ว”
“ฉันคิดถึงพ่อแม่…”
เสียงของวิญญาณเด็กนักเรียนดังขึ้น ทำให้บรรยากาศภายในรถเงียบลงทันที
เหล่าวิญญาณที่เคยโห่ร้องต่างก้มหน้าลง สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง
เพราะสุดท้ายแล้ว การพรากจากเป็นเรื่องที่น่าเศร้าเสมอ
ผมไม่ได้พูดปลอบอะไรพวกเขา เพียงแค่ถอนหายใจเบาๆ
เพราะสิ่งที่ผมทำได้…ก็มีเพียงเท่านี้
ภรรยาพี่เฉากอดลูกแนบอก พลางถือขวดนมที่ผมให้ไว้
“ลูกจ๋า ในที่สุดเราก็จะได้ลงจากรถ ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานจากการจมน้ำอีกต่อไปแล้ว สิบสองปีผ่านไป ไม่รู้ว่าพ่อของลูกจะเป็นอย่างไรบ้าง…”
ขณะเธอพูด ทารกในอ้อมแขนก็หัวเราะออกมาเบาๆ
แม้จะเป็นวิญญาณ แต่เสียงหัวเราะของเด็กน้อยกลับให้ความรู้สึกอบอุ่นใจ
ผมหันไปมองภรรยาพี่เฉาแล้วบอกเธอว่า “พี่เฉาคิดถึงพวกคุณมาก ผมบอกให้เขาไปรอที่ท่าเรืออวี๋จุ่ยแล้ว เมื่อไปถึง พวกคุณจะได้พบเขาอีกครั้ง”
“จริง…จริงเหรอ” ภรรยาพี่เฉาถึงกับตื่นเต้นน้ำ