แต่ตอนนี้ผมไม่มีเวลามาค้นหาสาเหตุ เพราะรถคันนี้กำลังจะพุ่งลงสู่อ่างเก็บน้ำ
หากมันตกลงไป ผมจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิม ซึ่งอาจถึงขั้นจมน้ำตาย
ความรู้สึกหมดหนทางคืบคลานเข้ามา
ผมไม่รู้จะทำยังไงต่อไป
หากต้องรักษาชีวิตไว้ อย่างน้อยตอนนี้ผมต้องหาทางหนีออกจากรถบัสผีนี้ให้ได้ก่อน
ตราบใดที่ขุนเขายังเขียวขจี อย่าได้กลัวว่าจะไม่มีฟืน[1]
เมื่อกลับไปแล้วค่อยหาวิธีใหม่ วันหลังค่อยจัดการกับรถบัสผีคันนี้
คิดได้เช่นนั้น ผมจึงละทิ้งความคิดที่จะสังหารวิญญาณคนขับรถ แล้วหันไปมุ่งหน้าทำลายหน้าต่างแทน
“พี่สะใภ้ ให้ผมช่วย!”
พูดจบ ผมหยิบยันต์สะกดวิญญาณแผ่นสุดท้ายขึ้นมา ปฏิบัติตามที่อาจารย์เคยสอน
ผมตบยันต์ลงบนกระจกหน้าต่าง
ทันทีที่ยันต์สัมผัสกับกระจก หน้าต่างทั้งคันรถก็เปล่งแสงวาบออกมา
“ตูม!”
เสียงระเบิดดังสนั่น กระจกทุกบานในรถแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ในเสี้ยววินาทีนั้น
บรรดาวิญญาณผู้โดยสารเห็นดังนั้นก็รีบพากันพุ่งตรงไปยังหน้าต่าง หวังจะกระโจนออกไปจากรถบัสผีคันนี้
แต่แล้วเหตุการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้น
แม้กระจกจะไม่มีอีกต่อไป แต่พวกเขากลับออกไปไม่ได้!
รถบัสคันนี้ราวกับกรงขังที่จองจำวิญญาณเหล่านี้ไว้ตลอดกาล
“ออกไปไม่ได้! ทำไมออกไปไม่ได้!”
“ทำไม…ทำไมถึงยังออกไปไม่ได้!”
“…”
เสียงของวิญญาณผู้โดยสารเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก พวกเขาพยายามครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ไม่ว่าจะทำเช่นไรก็ไม่เป็นผล
มีเพียงภรรยาพี่เฉาเท่าน