ผมยังคงพูดด้วยน้ำเสียงสงบ เพื่อช่วยให้วิญญาณเหล่านี้ระลึกถึงอดีตที่พวกเขาลืมเลือนไป
แต่คำพูดของผมกลับทำให้วิญญาณหนุ่มที่มีรอยสักเริ่มไม่พอใจ
เขาลุกพรวดขึ้นจากเบาะหลังพร้อมส่งเสียงขู่คำราม “ไอ้หนู! คิดจะก่อเรื่องใช่ไหม! ถ้ายังพูดพล่ามอีก ฉันจะฆ่าแกเดี๋ยวนี้!”
ผมไม่ได้สนใจเขา เพียงแค่หยิบบุหรี่ออกมาจุดสูบอย่างสงบ
คนขับรถไม่แม้แต่จะเหลือบมามองผม ยังคงขับรถต่อไป
“น้องชาย บ้านเมืองมีขื่อมีแป อย่าก่อเรื่องให้มากนัก” เขากล่าวขึ้นมา
ผู้โดยสารที่เหลือก็เริ่มพูดแทรกขึ้นมาเป็นเสียงเดียวกัน
“หนุ่มน้อย นายขึ้นรถผิดคันแล้ว”
“ใช่แล้ว ถ้าจะไปท่าเรืออวี๋จุ่ย นายควรขึ้นสาย 340 ไม่ใช่สาย 330”
จากคำพูดของพวกเขา ผมเข้าใจได้ทันที
วิญญาณเหล่านี้ยังไม่รู้ว่าพวกตนตายไปแล้ว พวกเขายังติดอยู่ในห้วงความคิดเดิม ณ ก่อนที่ทุกอย่างจะจบสิ้นลง
แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่า รถคันนี้ได้คร่าชีวิตพวกเขาทั้งหมดไปแล้ว
ผมหันกลับไปมองผู้โดยสารทั้งคันรถ แล้วกล่าวขึ้นอีกครั้ง “พี่น้องทุกท่าน ผมขอแนะนำตัวก่อน ผมเป็นคนเก็บศพ และพวกคุณทั้งหมดได้เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่สิบสองปีก่อน ศพของพวกคุณถูกอาจารย์ของผม ซ่งเต๋อไฉ เก็บขึ้นมา แต่เพราะพวกคุณยังคงมีพลังอาฆาตสั่งสม จึงติดอยู่ในรถคันนี้ วนเวียนไปมาเป็นเวลาสิบสองปี
“ลองคิดดูให้ดีสิ…พวกคุณยังจำอ่างเก็บน้ำต้าเถียนวานได้ไหม พวกคุณไม่ใช่ตายไปแล้วหรอกเหรอ ธุลีคืนสู่ธุลี คืนนี้ ผมมาเพื่อส่งพวกคุณไป