บางๆ เหมือนครั้งก่อน
แม้ความกดดันจะแผ่ซ่านเข้ามาในใจ แต่ผมยังคงยิ้มตอบก่อนก้าวขึ้นไปบนรถบัสที่ประสบอุบัติเหตุเมื่อสิบสองปี
แสงภายในรถยังคงมัวสลัว อากาศหนาวเย็นจนแทรกเข้าไปถึงกระดูก
ผมก้าวขึ้นไป หยิบเหรียญออกมาหยอดลงในกล่อง
เสียง “ติ๊ง” ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงแหบต่ำของคนขับ
“เดินไปข้างหลัง มีที่นั่งว่างอยู่”
ทันทีที่พูดจบ ประตูรถก็ปิดลงดัง “ปัง”
รถบัสเริ่มเคลื่อนตัว
ผมจับราวจับ พลางกวาดตามองผู้โดยสารในรถ
ทุกคนบนรถล้วนมีใบหน้าเย็นชา ซีดเผือด ไร้ซึ่งสีเลือด พวกเขานั่งอย่างเงียบงัน สายตาจับจ้องมาที่ผมอย่างไร้อารมณ์
ในแถวที่สอง ผมเห็นภรรยาและลูกของพี่เฉานั่งอยู่
ผู้โดยสารทั้งหมดมีสิบสองคน…
หรืออาจจะต้องเรียกให้ถูกว่า วิญญาณสิบสองดวง
ผมไม่ได้ลงมือทำอะไรทันที แต่เลือกที่จะสังเกตดวงตาของทุกวิญญาณในรถบัสก่อน
อาจารย์บอกไว้อย่างชัดเจนว่า วิญญาณที่ถูกพลังอาฆาตครอบงำ จะมีดวงตาสีขาวโพลน
ส่วนวิญญาณที่ยังมีความอาฆาตหลงเหลืออยู่ ดวงตาจะเป็นสีดำสนิท
ทั้งสองประเภทไม่มีรูม่านตา
แต่สำหรับวิญญาณปกติ ดวงตามักจะเป็นสีเทาหม่น
ผมกวาดตามองไปรอบรถ ตรวจสอบดวงตาของทุกคน ก่อนจะยืนยันว่าดวงตาของพวกเขาทั้งหมดเป็นสีเทา
หัวใจผมผ่อนคลายลงเล็กน้อย
แสดงว่าความอาฆาตของพวกเขาได้จางหายไปเกือบหมดแล้วหลังจากผ่านไปสิบสองปี
ผมหันไปมองนอกหน้าต่าง ทัศนียภาพภายนอกพร่ามัวจนแยกไม่ออกว่าอยู่ที่ไหน
แต่เรื่องนั้นไม่สำคัญ ตอนนี้สิ่งที่