อาจารย์ได้ยินคำตอบของผมแล้วก็หัวเราะลั่น “ดีๆ! ตอบได้ดี! ฮ่าๆๆ!”
เขาหัวเราะแทบน้ำตาไหล
“ฉันทำงานสายนี้มาหลายสิบปี นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินใครตอบแบบนี้! เจ้าหนูนี่มันมีของจริงๆ!”
อาจารย์หัวเราะขณะพูด แต่เดรัจฉานเฒ่าที่ถูกเหยียบอยู่ใต้เท้าของเขากลับมีสีหน้าเศร้าสลด ร่างกายสั่นเทา
“อาจารย์ ผมตอบแบบนี้…จะไม่มีปัญหาใช่ไหม”
ผมถามอย่างไม่แน่ใจ เพราะผมเองก็ไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก
อาจารย์ส่ายหน้า “ไม่มีปัญหาแน่นอน พวกเดรัจฉานที่มาขอการแต่งตั้งแบบนี้หวังจะขโมยโชคชะตาของผู้อื่นเพื่อเพิ่มตบะให้ตัวเอง ถ้านายตอบตามที่มันต้องการได้ซวยแน่ โชคชะตาของนายจะถูกพรากไป และมันจะได้พลังเพิ่มขึ้น!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผมก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
โชคดีที่ผมยังคงมีสติและนึกถึงเรื่องราวเก่าๆ ได้ทัน
มิฉะนั้น ผมคงต้องพบกับเคราะห์ร้ายไปอีกนาน
ขณะเดียวกันเดรัจฉานเฒ่าที่อยู่ใต้เท้าอาจารย์ก็ร้องขอชีวิต
“ท่านนักพรต! โปรดเมตตาเถอะ! ข้าเพียรพยายามบำเพ็ญเพียรมาอย่างยากลำบาก ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!”
อาจารย์มองมันแวบหนึ่งก่อนกล่าว
“แกถามศิษย์ฉันว่าอะไร”
“ข้า…ข้าเพียงแต่ถามว่า…”
เดรัจฉานเฒ่าพูดตะกุกตะกัก ไม่กล้าตอบตรงๆ
อาจารย์ไม่รอให้มันพูดจบ เขากระทืบมันไปหนึ่งที ทำให้มันร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
“ฉันถามว่าแกถามศิษย์ฉันว่าอะไร!”
ผมเห็นดังนั้น จึงตอบแทน “มันถามผมว่ามันเหมือนเทพหรือเซียน”
สีหน้าของอาจารย์ที่ผ่อนคลายล