้นหรือ
ถ้าใช่ งั้นผมก็กำลังตกอยู่ในอันตราย
จิตใจเริ่มหวั่นวิตก
นี่ผมมาที่นี่เพื่อรับพรจากบรรพจารย์ หรือเพื่อรับเคราะห์กันแน่?
เข้าป่าครั้งแรกก็เจอผี และตอนนี้ยังต้องมาเจอหมูป่าอีก
นี่มันซวยเกินไปแล้ว!
“ข็อกๆ…ข็อกๆ…”
เสียงหมูป่าดังขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับกลิ่นเหม็นที่แรงขึ้นทุกขณะ
เสียงกิ่งไม้และใบไม้แห้งถูกเหยียบดัง “กรอบแกรบ”
เสียงฝีเท้ากำลังเคลื่อนตรงมาทางผม
จะหนีไหม
ไม่ได้ ผมต้องเข้าพิธีให้สำเร็จ ต้องเรียนรู้ศาสตร์ที่แท้จริงให้ได้
ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อช่วยเสี่ยวอวี่ที่ติดอยู่ในตึกเก้าศพผู้ซึ่งคอยต่ออายุให้ผมเสมอมา
ดังนั้น สิ่งที่ผมทำได้คือยืนอยู่ที่เดิม
มือกำกระบี่กระดูกปลาแน่น เพ่งสมาธิไปยังรอบตัวด้วยประสาทอันตึงเครียด
นี่คือบททดสอบจากบรรพจารย์หรือเปล่า
แม้ในใจจะพยายามคิดแบบนั้น แต่มือของผมกลับเริ่มมีเหงื่อซึม
ผมพยายามไม่ส่งเสียง ไม่ทำให้หมูป่าสังเกตเห็น
หรืออย่างน้อยก็ไม่ให้มันรู้สึกว่าผมเป็นภัยคุกคาม
เวลาผ่านไปทีละวินาที
หมูป่ายังคงวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เสียงหายใจหนักดังขึ้นเป็นระยะ
หัวใจผมเต้นแรงจนแทบทะลุออกมา
แต่ในตอนนั้นเอง เสียงใหม่ก็ดังขึ้นจากข้างหลัง
“ฟ่อ…ฟ่อๆ…”
เสียงนั้นแผ่วเบา แต่เพียงแค่ได้ยิน ผมก็ขนลุกไปทั้งตัว
ในฐานะคนที่เติบโตมาในภูเขา ผมจำเสียงนี้ได้ดี
นี่มันเสียงของงูที่กำลังแลบลิ้นรับกลิ่น!
มีงูเลื้อยเข้ามาทางด้านหลังของผม และเสียงมันกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
“ฟ่อๆ