…”
ร่างกายผมแข็งทื่อ
ข้างหน้าคือหมูป่าที่ส่งเสียง “ครอกๆ”
ข้างหลังคืองูที่ส่งเสียง “ฟ่อๆ”
และที่แย่ที่สุดคือ ผมยังคงถูกปิดตา มองอะไรไม่เห็นเลย
ผมขยับไม่ได้ ต้องยืนอยู่ที่เดิม ห้ามเคลื่อนไหว
ผมคิดว่าชีวิตตัวเองช่างโชคร้ายเหลือเกิน
แค่จะทำพิธีเข้าสำนักก็เจอทั้งหมูป่าและงู ซ้ำยังมีกฎประหลาดแบบนี้อีก!
แต่เรื่องยังไม่จบ
เสียงงูเพิ่งดังขึ้นได้ไม่นาน ผมก็รู้สึกได้ถึงความเย็นวูบที่เท้า
มีบางอย่างเลื้อยผ่านรองเท้าของผมไป
ความรู้สึกนั้น…เหมือนงูกำลังเลื้อยผ่านเท้าผม
ผมสะดุ้งเฮือก เกือบเผลอยกเท้าเตะมันออกไป
แต่เมื่อนึกถึงกฎที่อาจารย์สั่งไว้ ผมก็ต้องกดความหวาดกลัวนั้นไว้และยืนอยู่ที่เดิม ไม่ขยับแม้แต่น้อย
ปล่อยให้มันเลื้อยผ่านไปน่าจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด
ไม่นานความรู้สึกของบางอย่างที่เลื้อยผ่านรองเท้าก็หายไป
แต่เสียงงูแลบลิ้นยังดังอยู่ใกล้ๆ
มันยังอยู่ที่นี่ และอาจกำลังชูหัวมองผมพลางแลบลิ้นรับกลิ่น
ขณะเดียวกันเสียงหมูป่าที่ร้อง “ครอกๆ” ก็ดังขึ้นใกล้กว่าเดิม
ไม่นานนัก ผมก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งขนาดใหญ่ที่มายืนอยู่ตรงหน้าผม
กลิ่นเหม็นของมูลสัตว์ลอยเข้าจมูก กลิ่นแรงจนแทบหายใจไม่ออก
รวมถึงลมหายใจร้อนชื้นและกลิ่นคาวเลือด
บางครั้งผมยังรู้สึกได้ถึงขนแหลมของหมูป่าที่เฉียดผ่านต้นขาของผม
แน่นอนว่าสัตว์ร้ายตัวนี้กำลังยืนอยู่ตรงหน้าผม
มันกำลังพ่นลมหายใจ ดมกลิ่นของผม…
กระบี่กระดูกปลาที่อยู่ในมือของผมไม่มีปร