ครั้งนี้เสียงที่ดังออกมามีแววข่มขู่ปะปนอยู่ด้วย
นอกจากนี้ ผมยังสังเกตเห็นว่าเปลวไฟในศาลหลักเมืองที่เคยเป็นสีแดงค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียวอมน้ำเงิน
บรรยากาศยิ่งดูน่าขนลุกมากขึ้น
ความคิดแรกของผมคือต้องออกไปจากที่นี่ ร่างเงาในศาลหลักเมืองพวกนั้นชัดเจนว่าไม่ใช่มนุษย์
พวกมันพยายามชักชวนให้ผมเข้าไปข้างใน ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีเรื่องดีรออยู่
ที่สำคัญ คำสั่งของอาจารย์ยังดังก้องในหัว
‘อยู่ที่หน้าประตู อย่าเดินไปไหน อย่าลงจากเขา และที่สำคัญ อย่าเดินสำรวจรอบๆ…ห้ามเข้าไปข้างใน’
ผมจึงทำได้เพียงรอดูสถานการณ์
ขณะที่เปลวไฟในศาลกลายเป็นสีเขียว เงาดำที่อยู่ข้างในก็ดูเหมือนจะลุกขึ้นยืน
พวกมันไม่ได้ออกมา เพียงแต่เดินวนอยู่รอบกองไฟที่เปลี่ยนสีไป
เสียงกระซิบดังแว่วออกมาจากข้างใน
“หมายความว่าไงเนี่ย ยืนอยู่หน้าบ้านเรา แต่กลับไม่พูดอะไรสักคำ ซ้ำยังไม่ยอมเข้ามาด้วย”
“ช่างไร้มารยาท มาแอบฟังกันสินะ”
“ถ้ายังไม่พูดอะไรอีก ฉันจะออกไปลากเข้ามาเองแล้ว”
เสียงเหล่านั้นทำให้ผมรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
เงาที่มีใบหน้าซีดขาวซึ่งยืนอยู่หน้าประตูขยับเข้ามาใกล้อีกเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง
“พี่ชาย พูดอะไรสักคำเถอะ! ถ้ายังเงียบอยู่แบบนี้ พวกพี่ข้างในจะออกไปจับตัวเข้ามาแล้วนะ”
ผมได้ยินชัดเจน แต่ผมไม่โง่พอจะตอบ
ยิ่งพวกมันอยากให้ผมพูดมากเท่าไร ก็ยิ่งแสดงว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
ผมยังคงยืนอยู่ที่เดิม ไม่ขยับและไม่ส่งเสียง
พร้อมกันน