ั้น ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วส่งข้อความหาอาจารย์ทันที
[อาจารย์ มีบางอย่างอยู่ในศาลหลักเมือง พวกมันพยายามให้ผมเข้าไป ขู่จะจับตัวผมด้วย ผมควรทำยังไง]
ไม่นานอาจารย์ก็ส่งข้อความตอบกลับมา
[อย่าไปสนใจ พวกมันพยายามล่อลวงนาย ฉันกำลังขึ้นเขาแล้ว]
เมื่อเห็นข้อความของอาจารย์ ผมก็รู้สึกโล่งใจทันที
อาจารย์กำลังมา วิญญาณพวกนี้ไม่น่าจะก่อเรื่องอะไรได้มาก
ผมยังคงยืนอยู่ที่เดิม ไม่ตอบโต้พวกมัน
ผีที่ยืนอยู่หน้าประตูเห็นว่าผมไม่สนใจมันเป็นเวลานาน จึงแค่นเสียงเย็นชา
“ไอ้เด็กไม่รู้จักบุญคุณ! เรียกให้มาอุ่นไฟก็ไม่มา เอาแต่จ้องพวกเราตาไม่กะพริบ แถมไม่พูดสักคำ รีบไสหัวไปซะ!”
ทันใดนั้น ลมเย็นยะเยือกก็พัดมาปะทะใบหน้าผม
เสียงลมพัดก้องกังวาน ทำให้ต้นไม้รอบๆ แกว่งไหวอย่างรุนแรง กิ่งไม้เสียดสีกันจนเกิดเสียงแหลมดัง
แต่ผมยังคงยืนนิ่ง ไม่ขยับแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นว่าผมไม่เดินออกไป ไม่ขยับ และไม่พูดอะไรเลย เงาร่างนั้นจึงเริ่มเดินเข้ามาหาผม
“ไม่ไปใช่ไหม! งั้นฉันจะไล่ออกไปเอง”
มันก้าวเท้าใกล้เข้ามาทีละนิด ระยะห่างจากสิบเมตรค่อยๆ ลดลง
รายละเอียดของร่างมันชัดขึ้นเรื่อยๆ
เป็นชายวัยกลางคน รูปร่างปานกลาง แต่ใบหน้าซีดขาวผิดธรรมชาติ ดวงตาสีเทาหม่นใต้แสงจันทร์ดูน่าขนลุก
เมื่อมันเข้าใกล้ ผมกำกระบี่กระดูกปลาแน่น เตรียมชักออกจากฝัก
แต่ก่อนที่ผมจะได้ลงมือ จู่ๆ ก็มีมือข้างหนึ่งกดลงบนมือของผม
ผมสะดุ้งสุดตัว แต่เมื่อมองไปก็พบว่าเป็นอา