็ว“อาจารย์ ผมมาถึงเชิงเขาแล้ว ท่านอยู่ที่ไหน”เสียงเครื่องยนต์ดังแว่วมา คาดว่าเขาน่าจะกำลังขับรถพอได้ยินว่าผมมาถึงแล้ว เขาก็กล่าวว่า “เดินขึ้นเขาไป บนเขามีศาลหลักเมืองที่ถูกทิ้งร้าง ไปยืนรออยู่ที่หน้าประตู อย่าเดินไปที่ไหน อย่าลงจากเขา และที่สำคัญ อย่าเดินสำรวจรอบๆ แค่รออยู่หน้าศาลเท่านั้น จำไว้ ห้ามเข้าไปข้างในคนเดียว ฉันจะไปถึงในอีกครึ่งชั่วโมง”“เข้าใจแล้ว!” ผมตอบรับ จากนั้นเปิดไฟฉายมือถือแล้วเริ่มเดินขึ้นเขาเส้นทางเดินขึ้นเขาเต็มไปด้วยวัชพืชรกครึ้ม ดูเหมือนไม่มีใครมาเยือนสถานที่นี้เป็นเวลานานหลังจากเดินขึ้นไปสิบกว่านาที ผมก็เห็นสิ่งปลูกสร้างเก่าผุพังอยู่บนไหล่เขาเมื่อเข้าไปใกล้ขึ้น ก็เห็นว่ามันคือศาลหลักเมืองที่อาจารย์พูดถึงประตูไม้เก่าๆ ถูกเปิดแง้มไว้ รอบๆ เต็มไปด้วยพงหญ้าแม้แต่บนหลังคายังมีหญ้าขึ้นแซมรอบข้างเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดยอดไม้ ทำให้กิ่งไม้เสียดสีกันจนเกิดเสียง “แซกๆ…แซกๆ”ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมคงรู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ เรื่องพวกนี้ไม่ได้ทำให้ผมหวั่นไหวเหมือนเดิมอีกต่อไปนอกจากเรื่องของสิ่งลี้ลับแล้ว ผมไม่กลัวอะไรอีกอาจารย์สั่งไว้ว่าอย่าเข้าไปในศาลหลักเมือง ผมจึงยืนรออยู่ข้างนอกแต่ไม่นานผมก็เริ่มรู้สึกถึงบางอย่างผิดปกติรอบตัวผมเริ่มเย็นยะเยือกขึ้นมาอย่างกะทันหัน ลมเย็นสายหนึ่งพัดออกมาจากภายในศาลหลักเมืองผมมองเข้าไปข้างใน ดูเหมือนจะมีเงาเคลื่อนไหวอยู่ในนั้นร่างก