่นโถวที่กินเหลือครึ่งหนึ่ง
บางทีของสิ่งนั้นอาจเป็นแค่ของที่ใครบางคนทิ้งไว้ แล้วลุงบังเอิญเห็นมันเป็นอย่างแรกหลังจากลืมตา
ไหนจะเรื่องสิบนาทีต่อหนึ่งคำนับนั่นอีก ผมเล่นคำนับไปตั้งสิบแปดครั้ง เท่ากับว่าผมต้องนั่งอยู่อย่างนั้นสามชั่วโมง! แค่คิดก็รู้สึกเมื่อยขึ้นมาแล้ว
แต่นี่คือกฎของสายเรา ผมก็ทำได้แค่ทำตาม
ลุงอวี๋เห็นผมดูผิดหวังก็หัวเราะเบาๆ
“ไม่ต้องคิดมากหรอก ถือซะว่าเป็นพิธีกรรมให้ครบขั้นตอน พวกเราทุกคนก็ผ่านมันมาแบบนี้กันทั้งนั้น”
พูดจบลุงยังตบไหล่ผมเบาๆ
ผมพยักหน้ารับ “อืม” ถือว่าเป็นการกราบบรรพจารย์ตามธรรมเนียมก็แล้วกัน
แต่แล้วลุงอวี๋ก็ถามขึ้นมาอีก “ว่าแต่นายคำนับไปกี่ครั้งล่ะ”
“สิบแปดครั้ง” ผมตอบไปอย่างมั่นใจ
ทันทีที่ลุงอวี๋ได้ยิน สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไปทันที ดวงตาแทบถลนออกมา
เขาสูดหายใจลึก ก่อนจะอุทานออกมา
“อะไรนะ! สิบแปดครั้ง!?”
“ใช่ครับ! ผมว่ากระดาษยันต์คงชื้นไปหน่อย เลยเผาไหม้ช้า”
แต่ลุงอวี๋กลับส่ายหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง “เป็นไปไม่ได้! ซ่งเต๋อไฉไม่ได้เป็นพวกหลอกลวงแบบนั้น”
ลุงอวี๋พูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“อีกอย่าง ไฟที่ใช้เผานั้นเป็น ‘ไฟยันต์’ ไม่ต้องพูดถึงความชื้นเลย ต่อให้เปียกน้ำก็ยังเผาไหม้อย่างรวดเร็ว เสี่ยวเจียง ดูท่าดวงชะตาของนายจะไม่ธรรมดาเลย”
ขณะที่ลุงพูด เขาก็มองสำรวจผมตั้งแต่หัวจดเท้าด้วยความประหลาดใจ
ผมฟังแล้วรู้สึกว่าสิ่งที่เขาพูดมันเหนือธรรมชาติไปหน่อย แต่ก็ไม่รู้จะ