งเขาสัมผัสกลุ่มควันสีขาว มันกลับกลายเป็นควันดำสนิทและกระจายตัวออกไปโดยรอบ
เมื่อเห็นเช่นนั้น สีหน้าของลุงอวี๋ก็เคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง
“บ้าจริง เพิ่งผ่านไปแค่ไม่กี่วัน พลังอาฆาตกลับรุนแรงขึ้นกว่าเดิม”
พูดจบ เขาหันมาทางผมและกล่าว “เสี่ยวเจียง แรงอาฆาตของยายเฒ่านั่นรุนแรงขึ้นมาก เมื่อเข้าไปแล้วต้องระวังให้ดี ห้ามลังเลเด็ดขาด”
ผมเคยเจอกับสิ่งเหล่านี้มาแล้ว และรู้ดีว่าผีที่แปดเปื้อนพลังอาฆาตดุร้ายเพียงใด
“เข้าใจแล้ว ลุงอวี๋ ผมจะไม่ลังเล”
ลุงอวี๋พยักหน้ารับ ก่อนจะปลดตัวล็อกฝักมีด
จากนั้นดึงมีดหัวมังกรออกมา เผยให้เห็นใบมีดที่ส่องประกายเย็นเยียบ
เขายืนอยู่หน้าประตูห้อง 7-3 มือหนึ่งจับมีดแน่น อีกมือยกขึ้นเคาะประตู
“ก๊อกๆๆ…ตึงๆๆๆ…”
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับที่เขาเคยทำครั้งก่อน
เสียงเคาะดังสะท้อนออกมาอย่างแปลกประหลาดท่ามกลางความเงียบสงัดของทางเดิน
ผมยืนอยู่ด้านหลังลุงอวี๋ กำกระบี่กระดูกปลาแน่น
สายตาจับจ้องไปยังประตูตรงหน้า รวบรวมสมาธิเตรียมพร้อมเต็มที่
เมื่อเสียงเคาะชุดสุดท้ายจบลง ภายในห้องกลับไร้เสียงตอบรับใดๆ
เพียงแต่ธูปที่ปักอยู่ในถ้วยข้าวหน้าประตูกลับลุกไหม้เป็นเปลวสว่างวาบเป็นระยะ และเผาไหม้อย่างรวดเร็วจนน่าฉงน
ลุงอวี๋หยุดชั่วขณะ ก่อนจะเคาะประตูอีกครั้ง
“ก๊อกๆๆ…ตึงๆๆๆ…”
แต่คราวนี้ ทันทีที่เสียงเคาะเงียบลง ผมก็ได้ยินเสียงแหบพร่าของหญิงชราดังลอดออกมาจากห้อง