อง สลับกับเสียง “แกร็ก…แกร๊ก...แกร๊ก...” ที่ฟังดูน่าขนลุก
เมื่อได้ยินเสียงนั้น ผมชะงักไปชั่วขณะ
เสียงนี้…คือเสียงของกรงเล็บไก่ที่เดินบนพื้นกระเบื้อง เหมือนกับเสียงของไก่ตัวใหญ่ที่ผมเคยได้ยินขณะซ่อนตัวอยู่ในห้องชันสูตรไม่มีผิด
หวังชุ่ยที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็หันไปมองบันไดทางขึ้นด้านซ้ายด้วยความตกใจ
เธออุทานออกมา ”รุ่นพี่! ฉันได้ยินเสียงคนเรียกชื่อจากข้างบน!”
ผมสะดุ้งเฮือก
หรือว่าคนที่ทำพิธีเรียกวิญญาณของหวังชุ่ยจะปล่อยไก่ตัวใหม่เข้ามา?
ผมตัดสินใจทันทีโดยไม่ลังเล “ไปข้างบน!”
พูดจบ ผมเร่งฝีเท้า กำกระบี่กระดูกปลาแน่น แล้วพุ่งไปยังบันไดทางขึ้นด้านซ้ายตรงหน้า
แต่ทันทีที่ก้าวขึ้นไปเพียงไม่กี่ก้าว ผมก็เห็นบางสิ่งในความมืดบนทางเดินด้านบน
มีเงาผีสองตนยืนอยู่บนบันได
พวกมันจ้องผมด้วยดวงตาโพรงดำสนิท ใบหน้าบิดเบี้ยวของพวกมันเผยให้เห็นท่าทางราวกับกำลังสูดอากาศเข้าปอดด้วยความเพลิดเพลิน...
หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว เราต้องฝ่าไป!
ผมจ้องมันด้วยสายตาดุดัน แล้วตะโกนออกไปด้วยเสียงหนักแน่น
“ถอยไปให้หมด! ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน!”
แต่พวกมันไม่มีทีท่าว่าจะหวั่นเกรง
ผีที่อยู่ด้านหน้าสุดเงยศีรษะขึ้นแล้วเปล่งเสียง