เขายกกระต่ายตัวแทนขึ้น มองมันด้วยดวงตาที่ซีดขาวไร้ชีวิต ใบหน้าแสดงความสงสัยประหลาด
ผมนอนหมอบกับพื้น ไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย
ถ้าเขาจับได้ว่าผมอยู่ตรงนี้ ทุกอย่างจะจบสิ้น
เฉินกั๋วฝูจ้องกระต่ายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะบ่นออกมาอย่างไม่พอใจ “นักศึกษาสมัยนี้ร่างกายอ่อนแอจริงๆ!”
พูดจบ เขาก็ยกกระต่ายตัวแทนขึ้นและเดินไปที่เตียงชันสูตร
วิญญาณหญิงที่ซุกตัวอยู่ที่มุมห้องยังคงสั่นสะท้าน เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
เมื่อมาถึงเตียงชันสูตร เขาเหวี่ยงกระต่ายลงบนเตียงอย่างแรง
เสียง “ตึง” ดังสนั่นไปทั่วห้อง
กระต่ายตัวแทนที่ถูกดูดกลืนพลังไปบางส่วนแล้ว เรี่ยวแรงยิ่งหดหาย
มันไม่สามารถขยับตัวได้อีกต่อไป
เฉินกั๋วฝูยืนอยู่ข้างเตียงชันสูตร จ้องกระต่ายนิ่งด้วยสีหน้ามืดขรึม
เขาเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแหบต่ำ “คาบวิชากายวิภาค…เริ่มต้นขึ้นแล้ว!”
พูดจบ เขาก็ทำเหมือนตอนที่ยังมีชีวิตอยู่
เขาหยิบหน้ากากอนามัยขึ้นมาสวมปิดครึ่งล่างของใบหน้า แต่สิ่งที่โผล่พ้นออกมาคือดวงตาขาวโพลนที่ไร้แววชีวิต
นี่ทำให้ผมที่ซ่อนตัวอยู่ขนลุกไปทั้งร่าง
หลังจากใส่หน้ากากอนามัยเสร็จ เขายกมือขึ้น ในมือของเขามีมีดผ่าตัดส่องประกายแวววาว
“