นานเกือบสามสิบถึงสี่สิบนาทีแล้วก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น และยิ่งไม่เห็นร่องรอยของสิ่งสกปรกเลย
ผมเริ่มคิดว่าหรือเสียงที่ผมทำก่อนหน้านี้จะเบาเกินไป? ควรจะลองส่งเสียงดังอีกหน่อยดีไหม
แต่ทันทีที่ความคิดนี้เกิดขึ้น ผมก็ปัดมันทิ้งไป
วิญญาณไม่เหมือนมนุษย์
ในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงัดแบบนี้ แค่เสียงไอเมื่อกี้ก็น่าจะได้ยินไปยันชั้นห้าชั้นหกแล้ว
สิ่งสกปรกนั่นย่อมรับรู้ได้แน่นอน
ถ้าผมส่งเสียงอีกโดยไม่จำเป็นก็มีโอกาสสูงที่ตำแหน่งของผมจะถูกเปิดเผย
ดังนั้น ผมจึงตัดสินใจนอนรอต่อไป
ผ่านไปอีกประมาณยี่สิบนาที
ผมเริ่มสังเกตเห็นว่าภายในห้องนี้เหมือนจะมีหมอกจางๆ ลอยขึ้นมา
เป็นหมอกบางๆ ที่แทบสังเกตไม่เห็น
ถ้าอยู่ข้างนอกอาจจะพอเข้าใจได้ แต่ที่นี่คือห้องชันสูตรที่ปิดสนิท ทำไมถึงมีหมอกกัน
บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่รู้ว่าต้องระวังตัวให้มากขึ้น
ในตอนนั้นเอง ผมได้ยินเสียงฝีเท้าดัง “แกร็กๆๆ” มาจากด้านนอก
แต่เสียงฝีเท้านั้นฟังดูแปลก ไม่เหมือนเสียงคนเดินปกติ มันคล้ายกับเสียงกรงเล็บสัตว์กระทบกับพื้นกระเบื้อง
ผมเบิกตากว้าง จ้องไปทางประตูห้องชันสูตร
บริเวณนั้นมีแสงสีเหลืองจากป้ายไฟฉุกเฉิ