วิญญาณหญิงตนนั้นนั่งยองลง แล้วใช้ดวงตาสีเขียวสลัวจ้องมาทางผมและพูดขึ้นมา
คำพูดนั้นชัดเจนว่าเป็นการพูดกับผม
‘นี่เธอเห็นผมจริงๆ หรือ แล้วเธอยังอยากได้อะไรอีก’ หัวใจของผมเต้นแรงด้วยความกังวล
บนตัวผมก็มีแค่ข้าวกล่องไม่กี่กล่อง ไม่มีอะไรอย่างอื่นให้
หรือว่า เธออยากกินผม?
ในชั่วขณะนั้นผมรู้สึกเครียดอย่างหนัก แต่ผมไม่ได้เสียสติ เพราะในมือยังมีกระบี่กระดูกปลาอยู่
อาจารย์เคยบอกว่า กระบี่กระดูกปลาเล่มนี้ทำจากกระดูกสันหลังของปลาช่อนตัวใหญ่และยังได้สลักด้วยอักขระขับไล่วิญญาณสิบแปดตัว
ถ้าเธอเข้ามาใกล้จริงๆ ผมก็พร้อมจะใช้มันแทงเธอ
ระหว่างทางมาที่นี่ อาจารย์เคยพูดในรถว่า ‘ผีก็เหมือนคน พวกมันกลัวคนจริง รังแกคนอ่อนแอ ยิ่งแสดงความอ่อนแอ พวกมันก็ยิ่งได้ใจ
เมื่อไม่มีทางหลีกเลี่ยงก็อย่าได้กลัวเด็ดขาด แต่ต้องทำให้พวกมันกลัว
ถ้าไม่ทำแบบนั้น พวกมันจะคิดว่าสามารถเอาเปรียบนายได้ และจะเหิมเกริมมากขึ้น
นี่แหละคือเหตุผลที่พวกมันมักกลัวคนที่รังสีฆ่าฟันรุนแรง แต่ไม่กลัวคนอ่อนแอไร้ความสามารถ’
ผมคิดถึงคำพูดของอาจารย์ ขณะเอื้อมมือข้างหนึ่งไปจับกระบี่กระดูกปลา
วิญญาณหญิงตนนั้นค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แล้วพูดอีกครั้ง