มื้อนี้ผมกับอาจารย์ซ่งกินอาหารกันสองคน แต่ค่าอาหารกลับสูงถึงสองพันสามร้อยหยวน
สำหรับผม นี่เป็นมื้ออาหารที่หรูหราอย่างยิ่ง แต่อาจารย์ซ่งกลับไม่ใส่ใจ และดูเหมือนเขาไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่เลย
หลังออกจากร้านอาหาร เราก็ขับรถมุ่งหน้าไปทางมหาวิทยาลัยทันที
ระหว่างทางผ่านโรงพยาบาลเขตสาม ผมเอ่ยขอลงไปเยี่ยมลุงอวี๋สักครู่
เขาได้รับบาดเจ็บเพราะผมจนต้องเข้าโรงพยาบาล โทรศัพท์ของเขาก็ตกอยู่ในห้องอาถรรพ์ ผมจึงติดต่อเขาไม่ได้
ผ่านมาหนึ่งวัน ผมอยากรู้ว่าอาการของลุงอวี๋ดีขึ้นหรือยัง
เมื่ออาจารย์ซ่งได้ยินก็บ่นพึมพำไม่หยุด
แต่สุดท้ายก็จอดรถให้ข้างทาง และบอกให้ผมรีบไปรีบกลับ อย่าให้เสียเวลา
ผมลงจากรถและตรงไปยังอาคารผู้ป่วยทันที
เมื่อมาถึงห้องพักผู้ป่วยของลุงอวี๋ ผมพบว่าเขานั่งพิงเตียงดูโทรทัศน์อยู่
เขาเห็นผมเข้ามาก็แสดงสีหน้าดีใจ ”เสี่ยวเจียง!”
สีหน้าของลุงอวี๋ดูดีกว่าวันก่อนมาก
ผมยิ้มพลางทักเขา “ลุงอวี๋ เป็นยังไงบ้างครับ”
เขานั่งตัวตรงและพูดว่า “ฉันไม่เป็นไรแล้ว อีกสองสามวันก็คงออกจากโรงพยาบาลได้ นายล่ะ เป็นยังไงบ้าง ดูจากท่าทาง ศิษย์พี่ของฉันคงช่วยนายเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”
ผมเล่าเรื่องที่อาจา